หินนั้นถูกเขา, ซ่างกวนมู่เอ๋อ และพลังมารดูดซับ ดังนั้นขนาดมันจึงลดลง มันมีพลังงานเหลืออยู่ด้านในไม่มากนัก
“พลังงานที่เหลืออยู่ในศิลาเซียนหยินหยางนั้นไม่พอที่ข้าจะขึ้นถึงขั้น 8 ได้” เจี้ยนเฉินคิด ตอนแรกเขาขึ้นไปถึงขั้น 8 หรือแม้แต่ 9 ได้หากเขาดูดซับหินนี้ทั้งหมดตามที่จิตวิญญาณกระบี่คาดเดา แต่พลังมารนั้นแข่งกับเขามาหลายปี ดังนั้นมันจึงไม่มีพลังพอที่จะทำให้เขาขึ้นถึงขั้น 8 ได้
ตอนนั้นเองก็มีความกดดันมหาศาลก่อตัวขึ้นจากไกล ๆ มันทำให้มิติรอบตัวเขาสั่นไหวอย่างแรงและแทบจะถล่มลง อำนาจของหินในโลกนี้ลงดลงอย่างรวดเร็วเพราะพลังงานถูกดึงออกไป ดังนั้นโลกที่หินสร้างขึ้นมาจึงเริ่มเปราะบาง
เจี้ยนเฉินหันกลับไปหาทางที่เกิดความกดดันและอดไม่ได้ที่จะยิ้มนิด ๆ สายตาของเขาดูอ่อนโยนลงในตอนนั้นเช่นเดียวกัน
ซ่างกวนมู่เอ๋อได้ทะลวงผ่านขึ้นเป็นขั้นแลกเปลี่ยนแล้ว
ไม่ต้องเดา ซ่างกวนมู่เอ๋อนั้นเป็นจอมยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดในสี่เผ่าพันธุ์หากไม่นับรวมเจี้ยนเฉิน
นางเป็นจอมยุทธที่ยิ่งใหญ่ในบรรดา 4 เผ่าพันธุ์ในด้านการบ่มเพาะและการต่อสู้ เพราะนางเป็นเพียงคนเดียวที่ขึ้นเป็นขั้นแลกเปลี่ยนได้
เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อทำการดูดซับพลังจากหินต่อเพื่อบ่มเพาะอีก 9 ปี พลังในหินนั้นในที่สุดก็เริ่มแห้งเหือดและจากนั้นเจี้ยนเฉินกับซ่างกวนมู่เอ๋อถึงได้หยุด
18 ปีผ่านไปตั้งแต่ที่เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อได้มายังโลกนี้ ผ่านมา 18 ปีร่