มนุษย์ได้หายตัวไป 3 ปีเช่นกัน และมันก็ไม่มีข่าวเกี่ยวกับเขาเลย ถ้าความแข็งแกร่งของราชันมนุษย์ไม่เพิ่มขึ้นเลยในตลอด 3 ปี เขาก็ไม่ใช่คู่ปรับของเทพเจ้าสงคราม…”
“เทพเจ้าสงครามและพยัคฆ์ปีกเทวะนั้นแค้นเคืองกัน ความแข็งแกร่งของเทพเจ้าสงครามเพิ่มขึ้นอีก แต่พยัคฆ์ปีกเทวะเพิ่งจะทะลวงผ่านขึ้นไปขอบเขตดั้งเดิมหลังจากที่ได้รับการสืบทอดในหอคอยสัตว์เทวะและอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์มาตลอด 3 ปี ความแข็งแกร่งของพยัคฆ์ปีกเทวะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาอาจจะไม่ใช่คู่ปรับของเทพเจ้าสงคราม….”
หลายความคิดโผล่มาในหัวมนุษย์และสัตว์อสูร ไม่ต้องเดาเลยว่าการที่เทพเจ้าสงครามแข็งแกร่งขึ้นมาได้เพิ่มสถานะของร้อยเผ่าพันธุ์ขึ้นมาอย่างมาก
ตอนนั้นพลังอันน่ากลัวที่ทำให้โลกสั่นไหวจู่ ๆ ก็หายไป แสงสีทองปรากฏขึ้นมาตรงหน้าสุสาน มันลอยอยู่บนฟ้าราวกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็กส่องแสงให้กับสิ่งรอบตัวด้วยแสงที่เจิดจ้า ในแสงนั้นมีร่างหนึ่งและไม่แปลกใจเลยว่าร่างนั้นเป็นของเถี่ยต้า
” ยินดีต้อนรับเทพเจ้าสงครามจากการเก็บตัว ! ”
ทุกคนจากร้อยเผ่าพันธุ์ต่างก็พากันคุกเข่าแล้วตะโกนออกมา เสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
มนุษย์และสัตว์อสูรนั้นไม่ได้คุกเข่า แต่มองไปที่เถี่ยต้าด้วยสายตาสุภาพและโค้งให้
“ไม่จำเป็นต้องทำเอิกเกริก ข้าจะไปยังโถงในเมืองทหารรับจ้างทันที ข้าขอตัวก่อน” เถี่ยต้าพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทุ้มลึก หลังจากนั้นเขา