ด้
พวกเขาได้เจอกับจอมยุทธมามากมายตลอดชีวิต เจี้ยนเฉินเคยเห็นราชาเทพมาก่อนแต่เขาไม่เคยรู้สึกกดดันแม้ว่าจะต้องรับมือกับราชาเทพ
เจี้ยนเฉินส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “เราไม่อาจจะทำอะไรได้ เราสัมผัสกับก้อนหินไม่ได้ พลังมารซ่อนอยู่ด้านใน ดังนั้นเราจึงได้แค่มองดูมันแข็งแกร่งขึ้นมา สิ่งเดียวที่เราทำได้คือดูดซับปราณหยินและหยางเพิ่มเพื่อที่จะลดความต่างเรื่องความแข็งแกร่งกลับพลังปิศาจ”
เจี้ยนเฉินมั่นใจแล้วว่าพลังมารคือต้นตอของภัยพิบัติบนโลก แม้ว่าเขาจะมีเกราะไหมบรรพกาลซึ่งไว้รับมือกับภัยพิบัติแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้มันหยุดภัยพิบัติยังไง เขาไม่รู้การใช้งานมัน แม้แต่จิตวิญญาณกระบี่ก็ไม่อาจจะให้คำตอบกับเขาได้ สิ่งเดียวที่เขามั่นใจคือพลังจากเกราะไหมบรรพกาลจะตื่นขึ้นมาในตอนวิกฤตเท่านั้น
เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อไม่กล้าชักช้าเสียเวลาเพราะภัยจากพลังมาร พวกเขาเริ่มดูดซับปราณหยินและหยางทันทีด้วยการใช้ทักษะบ่มเพะคู่เพื่อทำให้มันสมดุล มันจะใช้เวลา 3 วันในการดูดซับและหลังจากนั้นพวกเขาจะกลับออกมาเพื่อปรับพลังงาน
ร่างบรรพกาลของเจี้ยนเฉินเกือบจะก้าวข้ามแล้วหลังจากที่ดูดซับพลังมากว่า 3 ปี หลังจากดูดซับพลังงานเพิ่ม ร่างบรรพกาลของเขาก็จะก้าวขึ้นเป็นขั้น 6 ร่างกายของเขาจะผ่านความเจ็บปวดในการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
“ขั้น 6 ของร่างบรรพกาลเท่ากับขั้น 9 ของเซียนจักรพรรดิ” เจี้ยนเ