นกว่าสามล้านปี มันกำลังจะเลือนหายไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่นางเลือกให้ข้าเป็นผู้สืบทอด” เจี้ยนเฉินกำลังทำความเข้าใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่เชื่อเลยว่าอัครสูงสุดอนัตตายินดีมอบมรดกให้แก่บุคคลของโลกอมตะ นางทำสิ่งนี้อาจเป็นเพราะนางมีเหตุผลและปัญหาของตัวเอง
“นิพพานอมตะเที่ยงแท้ปิดหอคอยอนัตตา เศษเสี้ยววิญญาณของข้าอ่อนแอลงทุกวันและถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทางแล้ว มันกำลังจะเลือนหายไปสู่สภาพแวดล้อม ข้าไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไป ข้าจะมอบมรดกให้เจ้าอย่างเป็นทางการ คำขอเพียงอย่างเดียวของข้าคือเมื่อเจ้าแข็งแกร่งพอเจ้าต้องเดินทางไปที่โลกเซียนและสังหารอัครสูงสุดหยานซุน เจ้าเต็มใจหรือไม่ ? ” อัครสูงสุดอนัตตาจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยดวงตาที่สดใสมาก นางให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประโยคสุดท้ายที่นางพูด
เจี้ยนเฉินป้องมือให้อัครสูงสุดอนัตตาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม เขาสาบานว่า “ไม่ต้องกังวล ท่านอาวุโส ถ้าข้าได้รับมรดกของท่าน ข้าจะสังหารอัครสูงสุดหยานซุนและแก้แค้นให้ท่านทันทีที่ข้ามีพลังมากพอ”
อัครสูงสุดอนัตตาพยักหน้าอย่างพึงพอใจหลังจากที่เจี้ยนเฉินสาบานตน ดวงตาที่เปล่งปลั่งของนางค่อย ๆ สงบลงและนางก็พูดว่า “มีสองส่วนที่เป็นมรดกของข้า ส่วนแรกคือแท่นหยกชะตา มันมีทักษะการบ่มเพาะของข้าและความเข้าใจของข้าที่มีต่อการบ่มเพาะ ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถฝึกทักษะการบ่มเพาะนี้ได้ มีเฉพาะคนที่วาสนาต้องกันเท่านั้นที่จะสามารถบ่มเพาะได้”
“ส่วนที่สอ