ซียวเทียน นั่งอยู่บนภูเขาภายในเทือกเขาขนาดใหญ่ใกล้กับทะเลเหนือของทวีป พวกเขาต่างก็มองทอดลงมาด้านล่างภูเขาที่ซึ่งทั้งสามนั่งอยู่เป็นพื้นที่ราบเปิด ดูเหมือนว่าจะมีคนผ่าภูเขาเป็นครึ่งหนึ่งเนื่องจากผิวด้านล่างนั้นเรียบ
เซียนจักรพรรดิหลายร้อยคนจากสี่เผ่านั่งอยู่ในพื้นที่เปด พวกนั้นต่างก็ฟังการสั่งสอนของเฟิงเซียวเทียนกันอย่างพอใจ
“ผู้คนในอารามจิตพิสุทธ์อาจจะต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ไม่ไล่ตามชื่อเสียงรึมัวเมาในสิ่งของ แต่การรุกรานจากโลกภายนอกนั้นเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของอารมจิตพิสุทธิ์ เผ่าอขงเราในฐานะมนุษย์และทุกเผ่าในโลกนี้ ผลก็คือเราต้องเข้าร่วมการต่อสู้ต่อต้านโลกภายนอก ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ความแข็งแกร่งของเราต่างจากโลกอื่นมากเกินไป เราไม่ได้เปรียบเรื่องจำนวนของผู้บ่มเพาะระดับต่าง ๆ ดังนั้นเราจึงไม่อาจจะรับมือได้โดยตรงเหมือนการบุกรุกครั้งก่อนได้” เฟิงเซียวเทียน พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาของเขาสั่นไหวและมองไปรอบ ๆ “ข้ามีค่ายกล ค่ายกลนี้ต้องใช้ 7 คน ถ้าเซียนจักรพรรดิ 49 คนตั้งค่ายกลขึ้นมา ค่ายกลนี้จะมีพลังในการขังจอมยุทธขั้นรับมอบได้และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะฆ่าพวกเขาได้ ข้าจะสอนค่ายกลนี้กับพวกเจ้า ให้ข้าสาธิตมันให้ดู”
เฟิงเซียวเทียน แอบถอนหายใจแล้วสอนค่ายกลนี้ สีหน้าของเขาแฝงไปด้วยความขมขื่นและหมดหนทาง ค่ายกาลนี้เป็นของนิกายจากโลกสูงกว่า แม้ว่ามันจะเป็นค่ายกลขั้นต่ำแต่มันก็ไม่น่าจะปร