นางก็พูดต่อ “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อผู้พิทักษ์ซุยของศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง แต่ศาลาเทพธิดาน้ำแข็งนั้นเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมาก จากครั้งโบราณกาลจนถึงตอนนี้ เซียนจักรพรรดินับไม่ถ้วนเข้าไปที่ผืนน้ำแข็งนั้น แต่มีน้อยกว่าหนึ่งในสิบคนเท่านั้นที่กลับมาอย่างมีชีวิตอยู่ ข้าเคยพยายามที่จะเข้าไปสำรวจในส่วนลึกของผืนน้ำแข็งนั้นด้วยวิญญาณของข้า แต่ทันทีที่วิญญาณของข้าเข้าไปใกล้สถานที่นั้น มันก็ถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเย็นที่น่ากลัว มันยังใช้แม้แต่วิญญาณของข้าในการนำทางและรีบมาที่อาณาจักรทะเล ถ้าข้าไม่ดึงวิญญาณของข้ากลับมาเร็วพอ ผลลัพธ์ก็คงคิดไม่ถึงเลย” เสียงของเทพเจ้าแห่งท้องทะเลเต็มไปด้วยความสั่นกลัว มันเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสถานที่นั้นน่ากลัวเพียงใดกับเทพเจ้าแห่งท้องทะเลที่เป็นคนที่อยู่ในขอบเขตดั้งเดิม
“หลังจากนั้น พยัคฆ์ปีกเทวะก็ให้หินปีศาจชั้นฟ้ากับข้ามา และก็เตือนไม่ให้ข้าไปสำรวจสถานที่นั้นไม่ว่าจะอย่างไรตาม เว้นเสียแต่ว่าผืนน้ำแข็งนั้นจะหายไปจากขั้วโลก นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าไม่เคยไปสำรวจที่บริเวณนั้นอีกเลย” เสียงของเทพเจ้าแห่งท้องทะเลนั้นมีหลากอารมณ์ วิญญาณของนางนั้นทรงพลังมาก ไม่เพียงแต่มันจะครอบคลุมได้ทั้งอาณาจักรทะเล แต่นางยังสามารถขยายไปถึงทวีปเทียนหยวน ทวีปสัตว์เทวะ หรือแม้แต่ทวีปแห่งความสูญเปล่าได้ตามปรารถนา
ถ้าไม่กล่าวเกินจริงไป วิญญาณของนางนั้นสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระไปได้ทั่วโลก ไม่มีอะ