หวี่ยงขวานของเขาและวิ่งมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับแบกขวานไว้ที่บ่า เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจี้ยนเฉิน เจ้ามาซักที ข้าอยู่ที่นี่มานานมากเลย ข้ากำลังจะเบื่อตายอยู่แล้ว ช่วยพูดบางอย่างกับผู้อาวุโสเทียนเจี้ยนแทนข้าทีว่าให้ปล่อยข้าไป ข้าต้องการไปข้างนอก” เถี่ยต้าบ่น เมื่อหมิงตงไม่ได้อยู่กับเขา เขาจึงต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้“เถี่ยต้า อันที่จริงแล้วที่ข้ามาหาเจ้าในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะพาเจ้าออกไป” เจี้ยนเฉินยิ้ม“จริงหรือ ? เจี้ยนเฉิน เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้กำลังหลอกข้าอยู่ ? ” ตาของเถี่ยต้าเบิกกว้าง ในขณะที่ใบหน้าของเขาแสดงความยินดีออกมา“แน่นอน นี่เรื่องจริง ในฐานะที่เป็นสหายรักของเจ้า ข้าจะไม่หลอกเจ้าแม้ว่าข้าจะต้องตายก็ตาม” เจี้ยนเฉินตอบกลับเทียนเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดออกมาอย่างเคร่งเครียด “เจี้ยนเฉิน ตัวตนของเถี่ยต้านั้นพิเศษมาก ถ้าเจ้าพาเขาออกไปด้านนอก มันเป็นไปได้อย่างมากที่คนที่รู้เรื่องในครั้งโบราณกาลจะจำเขาได้ มันจะกลายเป็นปัญหาในตอนนั้น”“อย่ากังวลไปเลย ผู้อาวุโสเทียนเจี้ยน เมื่อข้ากล้าพอที่จะพาเขาออกไป ข้าก็สามารถปกป้องเขาได้ แม้ตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบจะมา พวกเขาก็ไม่สามารถแตะต้องเถี่ยต้าได้ ในเวลาแบบนั้น ทั้งหมดที่ข้าต้องทำคือ เอาเถี่ยต้าเข้าไปที่โถงจันทร์แจ่ม และพวกนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว” เจี้ยนเฉินมั่นใจ เขามีของที่รับรองความปลอดภัยของเถี่ยต้าได้เทียนเจี้ยน