เหมือนเขาต้องการที่จะต่อสู้ทันทีที่เกิดความขัดแย้ง สายตาของเขาเป็นประกายเย็นชาอยู่ลึกลึก และเขาก็พูดเสียงทุ้มออกมา “เจียงหยาง เซียงเทียน นี่เป็นกฎของตระกูล ลูกหลานทั้งหมดทำตามมันมาตลอด เจ้าคิดจะแหกกฎอย่างนั้นหรือ ? “
“จูริ พอแล้ว เซียงเทียนเพิ่งกลับมาที่ตระกูล เขายังปรับตัวไม่ได้กับกฎ ดังนั้นอย่าเพิ่งไปพูดเรื่องพยัคฆ์ปีกเทวะกับโถงจันทร์แจ่มตอนนี้เลย” เจียงหยาง ชิง หยุนเข้ามาปราม เขารู้ว่าการบังคับให้เจี้ยนเฉินซึ่งเป็นคนที่มีนิสัยดื้อดึงทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการนั้นเป็นความผิดพลาด
“เจียงหยาง ชิง จูริ เจ้าคิดหรือว่าข้า เจี้ยนเฉินสนใจในตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด ? ถ้าไม่ใช่เพราะท่านทวดของข้า ข้าก็คงไม่รับตำแหน่งนี้หรอก ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่ขออะไรที่มันมากไปอีกในอนาคต ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เคารพผู้อาวุโสล่ะ” เจี้ยนเฉินพูดออกมาอย่างเย็นชา แม้ว่าเขาจะอยู่ในตระกูลผู้พิทักษ์ตอนนี้ แต่เขาก็ไม่กลัว
“หลวนเอ๋อ ไปกันเถอะ ! ” หลังจากพูดจบ เจี้ยนเฉินก็มุ่งไปยังทางออกของตระกูลพร้อมกับหวงหลวน เขาไม่สนใจเจียงหยาง ชิง หยุนและคนอื่น ๆ ที่หน้าซีดอยู่
“ทุกคนอย่าเพิ่งไปวู่วามกับเซียงเทียน เขาไม่ใช่คนธรรมดาในตระกูล พวกเราทำให้เขาเข้ามาร่วมตระกูลได้อย่างยากลำบาก ดังนั้นถ้าพวกเราเสียเขาไป พวกเราก็จะมีแต่เสียหายเท่านั้น” เจียงหยาง ซู หยวนเซียวบ่น เขาดูไม่พอใจมาก
“คิดถึงเรื่องที่เกิดที่เมืองอัคนีซิ ในตอนนั้