ด้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดทั้งที่อายุยังน้อยแบบนี้ ด้วยอายุที่เท่าเจี้ยนเฉิน ทุกคนในตระกูลในต่างเป็นผู้อาวุโสของเขาทั้งนั้น“เหลนเอ้ย อย่าโกรธไปเลย ตระกูลผู้พิทักษ์นั้นแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกมาแสนนาน ซึ่งมันทำให้สมาชิกรุ่นใหม่เสียคนไป ดูเหมือนว่าการเลือกที่จะเป็นตระกูลแยกตัวนั้นจะไม่ใช่ความคิดที่ดี พวกเราควรปล่อยให้ผู้เยาว์เหล่านี้ออกไปไปเผชิญทวีปเทียนหยวนและได้ไปเห็นความโหดร้ายบ้าง” เจียงหยาง ซู หยวนเซียว ถอนหายใจเจี้ยนเฉินไม่สนใจพวกนั้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าเค้นเสมอ แต่เขาก็ไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยนี้“นั่นมันที่ไหนกัน?” จู่ ๆ สายตาของเจี้ยนเฉินก็แข็งทื่อ และเขาก็จ้องมองออกไปที่ไกลไกล ที่เทือกเขาเหนือแผ่นดินลอยฟ้า มีมิติที่บิดเบี้ยวอย่างต่อเนื่องอยู่ ในขณะที่มีพลังแห่งการทำลายล้างมากมายเปล่งรัศมีออกมา“นั้นเป็นเขตหวงห้ามของตระกูลของพวกเราซึ่งเป็นที่ที่ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิถูกเก็บอยู่ คนของตระกูลไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ยกเว้นผู้อาวุโสสูงสุด พวกเราไปดูกัน” หลังจากนั้น เจียงหยาง ซู หยุนเซียวก็นำเจี้ยนเฉินไปทางนั้น“พื้นที่หวงห้ามนี้ถูกล้อมไปด้วยชั้นรูปแบบการป้องกัน พวกมันถูกร่ายเอาไว้โดยเซียนจักรพรรดิคนก่อน ๆ เพื่อใช้ในการผนึกยุทธภัณฑ์จักรพรรดิโดยเฉพาะ เช่นเดียวกันกับป้องกันปราณกระบี่อันทรงพลังที่เปล่งรัศมีออกมาตลอดปี” เจียงหยาง ซู หยุนเซียวอธิบายในขณะที่เขาเคลื่อนที่ไปเจี้ยนเฉินผ่านอาคมไป