มรับได้ และพวกเขารู้สึกหนักใจพวกเขาไม่กล้าที่จะแสดงความไม่เคารพต่อเจี้ยนเฉิน แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักเจี้ยนเฉินเหมือนบรรพชนของพวกเขา แต่พวกเขาก็เคยได้ยินเรื่องเจี้ยนเฉินมาบ้างอย่างน้อย และพวกเขาก็รู้ว่าเจี้ยนเฉินไม่ใช่ใครที่ตระกูลของพวกเขาจะไปยุ่งด้วยได้ นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องที่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลอย่างบรรพชนยังถูกตัดขาออก ซึ่งทำให้พวกเขาไม่กล้าทำตัวบุ่มบ่ามต่อหน้าเจี้ยนเฉินอีกเจี้ยนเฉินที่มีใบหน้ามืดมนกวาดสายตาไปยังคนของตระกูลหวงกู่ทุกคน ใครก็ตามที่เขาจ้องไปจะรู้สึกเหมือนมีดาบคมแทงไปที่พวกเขา พวกเขาสั่นในใจ และทุกคนก็ก้มหน้า พวกเขาทั้งหมดนิ่งไปเจี้ยนเฉินไม่ได้ทำอะไรคนพวกนี้ เขาเข้าใจว่าคนพวกนี้ไม่รู้เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นเลย และรู้ว่าพวกเขาไม่รู้ว่าบรรพชนของพวกทำอะไรลงไป หลังจากนั้น เจี้ยนเฉินก็ขยายพลังแห่งการมีอยู่ของเขาลงไปที่ใต้ดิน และพบถ้ำที่เป็นทางไปห้องที่หวงหลวนอยู่ จากนั้นเขาก็ปีนลงไปหวงหลวนนั่งอยู่ตรงกลางห้องที่ผนึกอยู่ แสงสีครามสว่างอยู่รอบ ๆ นาง ซึ่งทำให้นางดูศักดิ์สิทธิและมีเกียรติเหมือนพระเจ้ารอบ ๆ ห้องเต็มไปด้วยหยดน้ำที่ใสเหมือนคริสตัล แต่ละหยดเปล่งประกายสีคราม ทำให้ห้องเต็มไปด้วยแสงสีฟ้า มันดูสวยงาม ยังมีหยดน้ำบางส่วนที่หมุนรอบ ๆ หวงหลวนอย่างช้า ๆ ด้วย หยดน้ำพวกนั้นเหมือนนางฟ้าที่สวยงามที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาพลังแห่งการมีอยู่ของหวงหลวนนั้นมีมากกว่าเดิมหลายเท่า