างในของเขานั้นตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เขาปรารถนาให้เจี้ยนเฉินจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ทุกขณะที่เจี้ยนเฉินอยู่ที่นี่ ความไม่สบายใจของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเจี้ยนเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนกับสิ่งที่หัวหน้าตระกูลพูด เขารู้มาจากยูยู่ว่า ตั้งแต่ที่หวงหลวนออกไปจากเมืองอัคนีเพื่อมาที่ตระกูลหวงกู่เมื่อหลายปีก่อน นางก็ไม่เคยออกมาปรากฏตัวเลย ไม่มีข่าวสักชิ้นเรื่องของนางในตอนที่เขาได้ยินมันครั้งแรก เจี้ยนเฉินคิดว่าหวงหลวนนั้นอยู่ที่ตระกูลหวงมาตลอดเพื่อฝึกฝนอย่างตรากตรำ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เขาเพิ่มมาเยี่ยม เขากลับพบว่าหวงหลวนไม่ได้อยู่ที่ตระกูลฮวงแล้ว ดังนั้น เจี้ยนเฉินจึงสงสัยเรื่องที่หวงหลวนออกไปฝึกฝนข้างนอกทันใดนั้นเอง เจี้ยนเฉินก็ขยายพลังแห่งการมีอยู่ของเขาออกและครอบคลุมไปทั่วทั้งตระกูล เขาต้องการที่จะตรวจสอบว่ามันเป็นเหมือนที่บรรพชนกล่าวมาหรือไม่พลังแห่งการมีอยู่ของเจี้ยนเฉินนั้นทรงพลังมาก เมื่อรวมกับความลึกซึ้งของมัน มันจึงผ่านสิ่งกีดขวางแล้วการป้องกันทุกอย่างของตระกูลไปได้อย่างง่ายดาย และทำให้เขาสำรวจตระกูลได้อย่างชัดเจนอย่างไรก็ตาม ท่าทีของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปในตอนที่พลังของเขากวาดไปที่หอคอยที่กึ่งกลางของตระกูล ตาของเขาระเบิดเป็นประกายน่ากลัวและโทสะก็ไหลออกมาจากเขา ข้างในก็มีจิตสังหารที่รุนแรงด้วยเช่นกันเขาสัมผัสได้ถึงชายชราที่เหมือนขอทานที่ถูกหุ้มไปด้วยโซ่ภายในห้องที่ซ่อนเอ