องพวกเขาลงช้า ๆ และยืนขึ้นเพื่อจ้องไปที่ฉินฉินอย่างสงบ สักพักต่อมา เสี่ยวเยี่ยก็พูดขึ้นมา “ศิษย์น้องฉินฉิน เจ้าสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเพลงแห่งสวรรค์หรือไม่ ? “ฉินฉินลืมตาขึ้นช้า ๆ และความสับสนก็ฉายแววอยู่ในนั้น นางส่ายหัว “ศิษย์พี่ ข้าได้ยินพวกท่านพูดถึงเพลงแห่งสวรรค์หลายครั้ง แต่ว่ามันคืออะไรกัน ? ““พวกเราไม่สามารถอธิบายมันได้อย่างชัดเจนเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่อาจารย์ของพวกเราบอกมา ในตอนนั้น ทั้งหมดที่พวกเรารู้คือมันเป็นความรู้สึก ความรู้สึกถึงเสียง มีเพียงการสัมผัสได้ถึงเพลงแห่งสวรรค์เท่านั้นที่จะทำให้เจ้าเข้าในพื้นฐานในทางแห่งพิณได้” เสี่ยวเยี่ยพูด ในขณะที่ความทรงจำปรากฎขึ้นในดวงตาของนาง“เหมือนว่าความเข้าใจในทางของพิณของพวกเรานั้นยังไม่เพียงพอ พวกเราไม่มีพลังที่จะทำให้ศิษย์น้องสัมผัสได้ถึงเพลงแห่งสวรรค์ด้วยตัวของพวกเราเอง บางทีมันอาจจะได้ผลถ้าอาจารย์มาเล่นด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่อาจารย์อยู่ในการฝึกฝนมาหลายปีแล้ว ข้าอยากรู้จริงว่าเมื่อไรท่านถึงจะออกมา” เสี่ยวเหยียนพูดอย่างค่อนข้างเสียดายทันใดนั้นเอง ตาของเสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเยี่ยก็แข็งทื่อ พวกเขาหันหน้ามองไปไกลทันทีตรงที่ที่ท้องฟ้าและทะเลบรรจบกัน แสงสีม่วงได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้ามาใกล้ยังเกาะสามเซียนด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ มันยังอยู่ที่เส้นขอบฟ้าในตอนแรกแต่มันก็มาถึงที่เกาะในอีกวินาทีต่อมา มันอยู่ห่างสิบเมตรจากเสี่ยวเ