นั้นเหนือกว่ากวานหยูไค่ หรือแค่สหายธรรมดาบางคนในตอนนั้นบนเรือที่แม่น้ำน้ำหอม เขาเผชิญกับการพยายามลอบสังหารจากตระกูลทั้งแปด หยางหลิงยังปรารถนาที่แม้แต่จะสละชีวิตเพื่อที่จะปกป้องเจี้ยนเฉินเพื่อที่จะให้หนีไปได้ ซึ่งทำให้เจี้ยนเฉินซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก“หยางหลิงมิบังอาจ ! ” หยางหลิงทำเหมือนว่าตนเป็นข้ารับใช้ และไม่มีเกียรติในฐานะเซียนสวรรค์ เขาพูดอย่างสุภาพมาก“หยางหลิง เจ้ายังจำที่ข้าสัญญาตอนนั้นได้หรือไม่ ? ข้าเคยพูดกับเจ้าว่าข้าจะช่วยเจ้าถ้าข้ามีโอกาส ข้าจะทำตามที่ข้าพูดในตอนนี้ เจ้าปรารถนาที่จะตามข้าไปและตัดผ่านเป็นเซียนผู้คุมกฎหรือไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถาม เขามั่นใจมากในการที่จะทำให้หยางหลิงกลายเป็นเซียนผู้คุมกฎตาของหยางหลิงเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเขาได้ยินเรื่องการเป็นเซียนผู้คุมกฎ เขายินดีขึ้นแต่สายตาของเขาก็หมองลงในไม่ช้า เขามองไปที่ประธานของสมาคมท่านประธานหัวเราะคิกคัก “หยางหลิง การที่จะได้ตามน้องเจี้ยนเฉินไปนั้นเป็นโชคที่ดีที่สุดที่เจ้าจะได้เจอในชีวิต ทำไมเจ้าไม่รีบขอบคุณน้องเจี้ยนเฉินล่ะ ? ข้าเชื่อว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างมากในอนาคตด้วยความช่วยเหลือจากน้องเจี้ยนเฉินและกลายเป็นจอมยุทธที่สุดยอดได้”หยางหลิงทำเหมือนว่าเขาเพิ่งพ้นจากความผิด เขาตื้นตันและป้องมืออย่างนอบน้อมไปที่เจี้ยนเฉิน “ข้าขอขอบคุณความมีน้ำใจของอาจารย์เจี้ยนเฉินมาก”“น้องเจี้ยนเฉิน ข้าจะยกหยางหลิงให้กับเจ้า จากนี้เ