นตอนนี้ เจ้าปรารถนาที่จะตามข้าไปและตัดผ่านเป็นเซียนผู้คุมกฎหรือไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถาม เขามั่นใจมากในการที่จะทำให้หยางหลิงกลายเป็นเซียนผู้คุมกฎตาของหยางหลิงเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเขาได้ยินเรื่องการเป็นเซียนผู้คุมกฎ เขายินดีขึ้นแต่สายตาของเขาก็หมองลงในไม่ช้า เขามองไปที่ประธานของสมาคมท่านประธานหัวเราะคิกคัก “หยางหลิง การที่จะได้ตามน้องเจี้ยนเฉินไปนั้นเป็นโชคที่ดีที่สุดที่เจ้าจะได้เจอในชีวิต ทำไมเจ้าไม่รีบขอบคุณน้องเจี้ยนเฉินล่ะ ? ข้าเชื่อว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างมากในอนาคตด้วยความช่วยเหลือจากน้องเจี้ยนเฉินและกลายเป็นจอมยุทธที่สุดยอดได้”หยางหลิงทำเหมือนว่าเขาเพิ่งพ้นจากความผิด เขาตื้นตันและป้องมืออย่างนอบน้อมไปที่เจี้ยนเฉิน “ข้าขอขอบคุณความมีน้ำใจของอาจารย์เจี้ยนเฉินมาก”“น้องเจี้ยนเฉิน ข้าจะยกหยางหลิงให้กับเจ้า จากนี้เป็นต้นไป เขาคือคนของเจ้า สมาคมจะไม่ยุ่งกับเรื่องใดใดก็ตามที่เขาทำ” ท่านประธานบอกกับเจี้ยนเฉิน ด้วยความแข็งแกร่งและสถานะของเจี้ยนเฉินในตอนนี้ สมาคมทำได้แต่ยอมอย่างเชื่อฟัง ถึงแม้ว่าเขาต้องการที่จะเอาคนไปจากสมาคมก็ตามในตอนนี้ ผู้อาวุโสที่ติดตราสีม่วงได้เดิมเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องถักลาย เขาเดิมตรงไปที่ท่านประธานแล้วพูด “ท่านประธาน ข้าได้นำของที่ท่านต้องการมาจากคลังสมบัติแล้ว”ท่านประธานรับกล่องมาจากผู้อาวุโสและเปิดมันออกช้า ๆ หินสีขาวขนาดเท่ากำปั้น 3 ก้อนวางอยู่อย่างนิ่ง