“เจี้ยนเฉินอึ้งไป เขาไม่คิดว่าหงเหลียนจะมีปฏิกิริยารุนแรงอย่างนี้จากการที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสรุยจินยิ้มให้กับหงเหลียนที่มีปฏิกิริยาแบบนั้นแล้วพูด “หงเหลียน ตอนไหนกันที่เข้าเจ้าทำตัวเหมือนเด็กหญิง ? มันไม่เหมือนกับเป็นเจ้าเลย”หงเหลียนใช้มือเล่นผมของนาง หลังจากนั้น นางก็หันไปรอบ ๆ และนั่งลงที่เตียง นางจ้องไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความสนใจแล้วพูด “เจี้ยนเฉิน ข้าสูญเสียอย่างมากเพื่อที่จะช่วยเจ้า ข้าเกิดใหม่ 4 ครั้งซึ่งทำให้ข้าอ่อนแอลง 40 ปี พูดมา ว่าเจ้ามีสมบัติอะไรที่จะชดเชยการสูญเสียของข้า ? ” หงเหลียนไม่ดูเหมือนล้อเล่นเลยและคำพูดของนางก็จริงจัง“ข้าจะไม่ลืมความมีน้ำใจของผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตข้า ข้าจะใช้คืนแน่ถ้าข้ามีอากาสในอนาคต” เจี้ยนเฉินพูด ในขณะที่เขาป้องมือไปโดยไม่ได้คิดมากรุยจินเดินไปเปะไหล่เจี้ยนเฉิน เขายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูด “เจี้ยนเฉิน หงเหลียนกำลังล้อเจ้าเล่น อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจังเลย”เจี้ยนเฉินดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของรุยจินเลยแม้แต่น้อย นางจ้องไปที่เจี้ยนเฉินอย่างค่อนข้างไม่พอใจแล้วพูด “ข้าไม่ให้เรียกข้าว่าผู้อาวุโส เจี้ยนเฉิน ฟังให้ดี อย่าเรียกข้าว่าผู้อาวุโสอีก เรียกชื่อข้าเฉย ๆ ว่า หงเหลียน ! ก็พอ”“ได้ ! ” เจี้ยนเฉินป้องมือไปที่นาง หลังจากที่คิดแล้วเขาก็พูดออกมา “หงเหลียน ลุงเซียว พวกท่านยังบาดเจ็บอยู่ ทำไมเจ้าไม่เข้าไปที่วัตถุเซียนล่ะ ? ข้าสามารถให้วัตถุจิตวิญญา