่ซ่อนไว้ในตอนที่นางและสามีของนางถูกราชาเสือไล่ล่า เว้นเสียแต่ว่าเขาไม่สามารถป้องกันหรือหยุดมันเอาไว้ได้ เพราะว่าไคเซอร์จากทวีปสัตว์เทวะเป็นผู้ยุยงอยู่เบื้องหลัง ทั้งหมดที่เขาทำได้คือมองดูสถานการณ์ ในขณะที่พวกเขาทั้งสองต้องตกระกำลำบากเพราะราชาเสือ“ราชาเปิงมีน้ำใจเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้เป็นคนของตระกูลมานานแล้ว” เสียงของรัมกุยเนสค่อนข้างเย็นชา แม้ว่าราชาเปิงจะไม่ได้มีส่วนในการไล่ล่านางและสามีของนาง แต่นางไม่รู้ว่าราชาเปิงอยู่ฝ่ายไหน ดังนั้น นางจึงระมัดระวังเขามากและนางยังคิดเป็นปรปักษ์อีกด้วยราชาเปิงรู้สึกได้จากการที่รัมกุยเนสปฏิบัติกับเขา ถ้ามีผู้อาวุโสมาทำตัวหยาบคายต่อหน้าเขา เขาคงสั่งสอนนางไปแล้ว แต่มันก็แตกต่างไป ในตอนนี้รัมกุยเนสเป็นแม่ของพยัคฆ์ปีกเทวะ ดังนั้นสถานะของนางจึงแตกต่างอย่างมากจากก่อนหน้านี้ แม้ในฐานะราชาของตระกูลกิลลิกัน เขายังจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติต่อนางอย่างสุภาพและกลัวที่จะไปทำให้นางโกรธ นี่เป็เหตุผลที่ว่าทำไมราชาเปิงถึงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ต่อการกระทำของรัมกุยเนส และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ทันนั้นเอง พลังแห่งการมีอยู่ที่มหาศาลก็ปรากฏขึ้น ชายวัยกลางคนร่างกำยำเปลือยอกก็บินเข้ามาอย่างเร็วด้วยท่าทีคุกคาม ใบหน้าของเขามืดครึ้มในขณะที่ตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นที่เป็นประกายอยู่ด้านในสายตาของเจี้ยนเฉินก็แหลมคมเหมือนกระบี่ที่ชักออกมาด้วยเช่นกัน เขาจ้องอย่างเย็น