ในขั้นสูงสุดของเซียนสวรรค์ด้วยอายุที่น้อยขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างเซียนสวรรค์และเซียนผู้คุมกฎนั้นก็ไม่ง่ายที่จะข้ามไปได้ เขาติดอยู่ในระดับการฝึกฝนระดับนี้มานานหลายปีแล้ว” น้ำเสียงของเทียนเจี้ยนนั้นแน่วแน่มากแม้ว่าเขาจะดูเฉยเมย หมิงตงยังไม่ได้กลายเป็นเซียนผู้คุมกฎ แต่ความสำเร็จของเขาในตอนนี้ก็สามารอธิบายได้ด้วยคำพูดที่ว่า ‘น่ากลัว’
เทียนเจี้ยนมองไปที่เถี่ยต้าและท่าทางของเขาก็สับสน เขาพูด “แต่เจี้ยนเฉิน ตัวตนของสหายเจ้านั้นค่อนข้างซับซ้อน ถ้าข้าพาเขามาที่เมืองทหารรับจ้างไม่ทันเวลาตอนนั้น เขาอาจจะถูกตระกูลผู้พิทักษ์พาไปก็ได้”
ท่าทางของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะคิดกลับไปถึงเรื่องเลือดสีทองของเถี่ยต้า “ผู้อาวุโสเทียนเจี้ยน ตัวตนของเถี่ยต้าคืออะไรกันแน่ ? และเขามีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลผู้พิทักษ์ ? “
เทียนเจี้ยนจ้องลึกเข้าไปในเถี่ยต้าและพูดออกมาอย่างนิ่งนิ่ง “เขาเป็นเทพเจ้าสงครามของร้อยเผ่าพันธุ์ การมีอยู่ที่เหมือนกับเอ่อหยิน คนที่ผ่านระดับเซียนจักรพรรดิมาแล้วเมื่อครั้งโบราณกาล”
“อะไรนะ! เถี่ยต้า ขะ ขะ เขาเป็น..” จิตใจของเจี้ยนเฉินสั่นไหวเหมือนเขาโดนผ่าจากสายฟ้า และนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความตกใจลึก ๆ และความเหลือเชื่อท่วมท้นไปทั้งจิตใจของเขา
ชายหนุ่มจากบ้านนอกที่เรียนอยู่ที่สำนักคากัตในเมืองลอร์ในตอนนั้นช่างมีตัวตนที่น่ากลัวจริง ๆ เขาเป็นเท