รากฏขึ้นของประตูมิติ ไป่ยี่เฟยก็ยินดีทันที เขายกเลิกความคิดที่จะหนีและตะโกนออกไป “หลิงหยวนซี เจี้ยนเฉินกลับมาแล้วและพยัคฆ์ปีกเทวะก็อยู่บนไหล่ของเขา ถ้าเจ้าไม่มาที่นี่เดี๋ยวนี้ เขาจะหนี”
“คนที่ควรจะหนีน่าจะเป็นเจ้า ไม่ใช่ข้า แค่หลิงหยวนซีกระจอก ๆ ไม่พอที่จะทำให้ข้ากลัวหรอก” เจี้ยนเฉินพูดอย่างเย็นชา เขาไม่สนใจประตูมิติในขณะที่เขาจ้องเขม็งไปที่ไป่ยี่เฟย ในขณะที่เขาเข้าไปใกล้ไป่ยี่เฟย เขาก็แทงยุทธภัณฑ์จักรพรรดิออกไปอย่างไม่ลังเล
การโจมตีของเจี้ยนเฉินเหมือนจะผ่านข้อจำกัดของเวลาและมิติได้ และไปถึงตรงหน้าของไป่ยี่เฟยทันที
ม่านตาของไป่นี่เฟยหรี่เล็กลงเหมือนเท่ารูเข็ม เขาเห็นกระบี่ดำที่กำลังขยายขึ้นในขณะที่มันกำลังพุ่งเข้ามาได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ม่านแห่งความตายปกคุลมหัวของเขาเอาไว้เหมือนก้อนเมฆ
ความบ้าคลั่งปรากฏขึ้นในตาของไป่ยี่เฟยในขณะที่เขาทุ่มเททุกอย่างที่เขามีเพื่อที่จะป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธเซียนของเขา อย่างไรก็ตาม เขาได้ถูกโจมตีอย่างรุนแรงไป 2 ครั้งแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้นกำลังของเขาจึงลดลงไปอย่างมาก เมื่ออาวุธเซียนปะทะเข้ากับยุทธภัณฑ์จักรพรรดิ มันจึงถูกกระแทกกระเด็นไป ในขณะที่ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิก็พุ่งต่อไปอย่างไม่ลดกำลังลง และไปถึงที่หน้าผากของไป่ยี่เฟย
ในตอนนี้เอง ชายชราผิวเลือดฝาดก็ออกมาจากประตูมิติ เขาเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายยิหยวน หลิงหยวนซี
หลิงหยวนซีเห็นไป่ยี่เฟยกำลังตกอยู่ใ