ามโลภในขณะที่เขามองไปที่ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิ เขาไม่รู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงดูถูกเจี้ยนเฉินอย่างมาก เขามองยุทธภัณฑ์จักรพรรดิว่าเป็นของเขาไปเรียบร้อยแล้วเจี้ยนเฉินยิ้มอย่างเหยียดหยามแล้วพูดออกมา “เจ้ายังไม่มีความสามารถที่จะเอายุทธภัณฑ์จักรพรรดิไปจากมือของข้าได้”“เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน” ไป่ยี่เฟยเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าเจี้ยนเฉินนั้นจะเป็นเซียนราชาแล้วในเวลาอันสั้นไม่กี่ปีนี้ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงคิดว่ากลิ่นอายที่ทรงพลังของเจี้ยนเฉินนั้นเป็นผลมาจากยุทธภัณฑ์จักรพรรดิทั้งหมดพลังเซียนที่มหาศาลพุ่งออกมาจากไป่ยี่เฟย นี่เป็นพลังของเซียนราชา มันสุดยอดมากและทำให้มิติรอบ ๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง ในเวลาเดียวกัน พลังธรรมชาติที่มองไม่เห็นก็มารวมตัวรอบ ๆ เขาอย่างรวดเร็ว และหมุนไปรอบ ๆ ไป่ยี่เฟย“เจี้ยนเฉิน ข้าจะแสดงให้เจ้าดูถึงความแข็งแกร่งของข้า” ท่าทางของไป่ยี่เฟยดุร้ายและเขาก็ตะโกนออกมาทันที พลังเซียนและพลังธรรมชาติรอบ ๆ เขาหลอมรวมเข้าด้วยกันในตอนนี้ และเปลี่ยนเป็นนิ้วขนาดใหญ่ที่พุ่งไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความเร็วดุจสายฟ้านิ้วยาว 10 เมตรและกว้างครึ่งเมตร มันพุ่งผ่านอากาศในขณะที่เปล่งรัศมีไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง และตัดผ่านมิติไปรอยยิ้มเย็นเย็นชาที่มุมปากของเจี้ยนเฉินสูงขึ้นเรื่อย ๆ เขามองไปที่นิ้วอย่างไม่สนใจก่อนที่จะเหวี่ยงยุทธภัณฑ์จักรพร