ที่เจ้ามีโถงศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินทั้งแปดอยู่ในมือนะ” ผู้อาวุโสประจำศาลาตะโกนออกมา น้ำเสียงของเขาไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย
“คนของศาลาเทพเจ้าอสรพิษไม่ยอมถูกเหยียบย่ำง่ายง่าย แต่ในเวลาเดียวกัน ข้าก็เหมือนกัน ข้าทำให้พวกเขาบาดเจ็บเพราะพวกเขาเข้ามารนหาที่เอง พวกท่านจะโทษคนอื่นไม่ได้” เจี้ยนเฉินพูดพร้อมยิ้ม
“หืม แก้ตัวได้ดี ถ้างั้นแสดงให้ข้าเห็นสิว่าเจ้ามีดีอะไร เจี้ยนเฉิน” สายตาของผู้อาวุโสประจำศาลาซึ่งชื่อชาลีเป็นประกายเย็นชา เขากำลังจะเข้าไปปะทะเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินยังคงยิ้มอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มของเขาทั้งเยือกเย็นและชั่วร้าย ทันใดนั้นเอง โถงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฎขึ้นจากที่ใดไม่รู้ มันใหญ่โตและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มันลอยตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า
“โถงศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินทั้งแปด ! ” เสียงร้องดังออกมาจากรอบ ๆ ทูตและผู้อาวุโสทั้งหมดจ้องไปด้วยความละโมบ ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของเกิดขึ้นในหัวของพวกเขา
เจี้ยนเฉินบินเข้าไปข้างในและหลอมรวมวิญญาณของเขาเข้ากับโถงศักดิ์สิทธิ์ เขากลายเป็นโถงศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่โถงศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเขา เขาสามารถใช้พลังที่ซ่อนอยู่ด้านในได้ตามที่ต้องการ
ชาลีสงบลงทันทีเมื่อโถงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นมา เขาจ้องเขม็งและเคร่งเรียด
“ผู้อาวุโสประจำศาลาที่เคารพ ท่านกล้าที่จะสู้กับข้าในโถงศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ? ” เสียงของเจี้ยนเฉินดังออกมาจากด้านใน มันดังมากและก้องไปทั่วรัศมีหล