ดังออกมาจากรอบ ๆ ในขณะที่พวกเขาต้องไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาเป็นประกายเย็นชา จิตสังหารก็พุ่งพวยออกมาเช่นกัน แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็มุ่งความสนใจไปที่ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิที่อยู่ในมือของเจี้ยนเฉิน
สายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายแหลมคม เขาชูกระบี่ไปบนท้องฟ้าและกวัดแกว่งมัน ทันใดนั้นเอง มันก็เริ่มเปล่งประกายไปด้วยสีดำจ้า ในขณะที่พลังแห่งการทำลายล้างได้กระจายไปทั่วรัศมีหลายสิบกิโลเมตร เขาตะโกนออกมา “อย่าหาว่าข้าโหดร้ายถ้าใครไม่หุบปาก”
เสียงหลายเสียงหายไปทันที ในตอนนี้รอบ ๆ เงียบสงัด ทุกคนจ้องไปที่เจี้ยนเฉิน
พวกเขาไม่ได้กลัวเจี้ยนเฉินแต่ประหลาดใจ ในตลอดที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครในอาณาจักรทะเลที่กล้าพูดจาโจ่งแจ้งต่อหน้าจอมยุทธมากมายขนาดนี้ และยังมาตัวคนเดียวเพื่อมาท้าทายเกียรติของศาลาเทพเจ้าอสรพิษอีก
เจี้ยนเฉินเป็นคนแรก
“หืม เจ้าหนูที่ไม่รู้อะไรเลย เจ้าประเมินตัวเองสูงไปแล้วที่มาท้าทายเกียรติของศาลาพวกเรา ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าความแข็งแกร่งมันเป็นยังไง” ชายชราผมขาวคำรามออกมา เขาพุ่งเข้าไปที่เจี้ยนเฉินทันทีพร้อมหอกสามง่ามที่อยู่ในมือของเขา
เจี้ยนเฉินจ้องไปที่ชายชราในขณที่ริมฝีปากของเขาบิดไปด้วยความเหยียดหยาม เขาเย้ยออกมา “เซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 3 เจ้ายังไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้” เจี้ยนเฉินแทงออกไปด้วยยุทธภัณฑ์จักรพรรดิทันที ปราณกระบี่ที่ใหญ่โตก็พุ่งไปทางชายชรา
เสียงระเบิดเหมือนฟ้าร้องดังเกิดขึ้นเมื่อท