าง แต่มันก็มีค่ามากอย่างไม่ต้องสงสัยทันใดนั้นเอง ไทนิชก็หันไปหาเจี้ยนเฉินและตาของเขาก็หรี่เล็กลงแล้วพูดว่า “ผู้คุมกฎเผ่าเต่า ในตอนแรกเจ้าเอาบังลังก์ที่ทำจากผลึกศักดิ์สิทธิ์ไปและจากนั้นเจ้าก็ได้คู่มือการฝึกฝนของจักรพรรดิเลือดปีศาจไปอีก เจ้าได้ของดีกว่าพวกเรามาก ดังนั้นข้าหวังว่าคราวนี้เจ้าจะไม่เข้ามาร่วมแย่งชิงยุทธภัณฑ์จักรพรรดิอีกนะ”เจี้ยนเฉินจ้องอย่างเย็นชาไปที่ไทนิชเมื่อเขาได้ยินแบบนั้นและเขาก็พูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ “เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่ายุทธภัณฑ์จักรพรรดิจะเอาไปได้ง่ายดายแบบนั้น ? ถ้าเจ้ามีพลังพอก็เอามันไปเลย” เจี้ยนเฉินอดไม่ได้ที่จะคิดกลับไปตอนที่เขาได้ยุทธภัณฑ์ราชา ยุทธภัณฑ์ราชาที่ถูกทิ้งเอาไว้โดยเซียนราชานั้นยังอ่อนกว่ายุทธภัณฑ์จักรพรรดิมาก อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เจี้ยนเฉินสัมผัสมัน เขาจำเป็นต้องเพิ่มร่างบรรพกาลไปให้ถึงขีดสุดเพื่อที่จะป้องกันตัวเอง ไม่เช่นนั้นเขาคงได้รับบาดเจ็บจากยุทธภัณฑ์ราชาไปแล้ว แต่ในตอนนี้มันเป็นยุทธภัณฑ์จักรพรรดิซึ่งมากกว่านั้นเสียอีกแม้แต่เจี้ยนเฉินก็ไม่มั่นใจว่าเขาสามารถแตะต้องมันได้ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้หรือไม่ ไม่อย่างนั้น เขาคงได้รับบาดเจ็บแม้ว่าจะมีการป้องกันจากร่างบรรพกาลก็ตามวูบ ! ในตอนนี้เอง จอมยุทธหลายคนพุ่งไปที่ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิในขณะที่พวกเขาอดใจไม่ไหวแล้วสายตาของไทนิชเป็นประกายเย็นชาในขณะที่เขาคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้ารนหาท