็นแค่สารถี หาเงินมาด้วยความยากลำบาก พูดไปก็รู้สึกน้อยใจชายวัยกลางคนเช่นเขาต้องเลี้ยงดูมารดาและบุตรที่ยังเล็ก วันนี้เขาไม่เพียงแต่ไม่ได้เงินสักอีแปะเดียว… ดูท่าแล้วคงต้องเสียเงินอีกด้วย
อวิ๋นฉี่ซานได้ยินก็ไม่พอใจชี้นิ้วไปที่อวิ๋นโส่วจู่แล้วพูดว่า “ท่านลุง พวกข้าไม่ได้รีดไถเงินลุงสักหน่อย คนที่รีดไถเงินลุงคือเขาต่างหาก!”
สารถีคิดในใจ พวกเจ้าไม่ใช่ญาติกันหรือ ใครจะไปรู้ว่าพวกเจ้าไม่ได้วางแผนกันไว้ มิเช่นนั้นชายคนนั้นจะออกมาขวางรถม้าตอนที่เขาผ่านมาพอดีได้อย่างไร?
อวิ๋นโส่วจู่ยังคงยึดเชือกบังเหียนรถม้าแน่นไม่ยอมปล่อย ในเมื่อยายเด็กตัวแสบออกมาขัดขวางเช่นนี้ งั้นเขาก็ต้องรีดไถเงินให้ได้มากที่สุด
“รถม้าคันนี้พวกเขาจ้างมาหรือ?” สารถีถูกอวิ๋นโส่วจู่ถามจนงุนงงจึงพยักหน้ารับ
เมื่อได้ยินดังนั้นอวิ๋นโส่วจู่ก็ชี้นิ้วด่าอวิ๋นเจียวทันที “ดีล่ะ! พวกเจ้ากล้าจ้างรถม้ามาเพื่อจะฆ่าข้า! พอกลับไปถึงหมู่บ้าน ข้าจะไปทวงความยุติธรรมกับผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูล ตั้งใจวางแผนทำร้ายผู้อาวุโส เช่นนั้นก็ให้หัวหน้าตระกูลจับพวกเจ้าใส่กรงหมูถ่วงน้ำตายซะ!”
แคว้นต้าเยี่ยก็คล้ายกับยุคโบราณของจีนแม้จะมีกหมายของแคว้น แต่ในบางกรณีพิเศษ บ่อยครั้งที่กของตระกูลจะอยู่เหนือกหมาย เช่น หากหญิงสาวในตระกูลลักลอบเป็