ำให้พวกเขาสับสน พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้กับคนที่เขาไม่รู้จัก
“ลั่นระฆังกลางแล้วเรียกรวมผู้อาวุโสทุกคน” ชายชราสั่ง หลังจากนั้น เขาก็ลากเจี้ยนเฉินตรงเข้าไปที่โถงใหญ่ก่อนที่จะกดเจี้ยนเฉินให้นั่งลงที่บัลลังก์ในโถง เขาไม่ให้โอกาสเจี้ยนเฉินได้ต่อต้านเลย
“ผู้อาวุโส ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ผู้คุมกฎของพวกท่านจริง ๆ…..” เจี้ยนเฉินทุกข์ใจ เขาได้พูดแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้วแค่ชายชราก็เชื่ออย่างปักใจว่าเขาเป็นผู้คุมกฎของเผ่าเต่า
“ท่านผู้คุมกฎ ท่านไม่ต้องพูดอีกแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านเป็นผู้คุมกฎของเผ่าเต่า นั่นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ข้านำท่านกลับมาที่เผ่าเต่าเผื่อที่จะสืบทอดตำแหน่งในฐานะผู้คุมกฎและชดเชยช่วงที่ไม่มีผู้คุมกฎในช่วงสามหมื่นปีมานี้” ชายชราพูดด้วยท่าทางแน่วแน่ เขาแน่ใจมากในตัวตนของเจี้ยนเฉิน
เสียงทุ้มของระฆังดังไปทั่วทั้งเผ่า ผู้คนรีบเข้ามาจากทุกทิศทางทีละคนอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดได้มารวมกันอยู่ที่โถง พวกเขารวมมีกันสิบกว่าคน ทั้งหมดมีอายุที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดเป็นเซียนผู้คุมกฎ
ในไม่ช้าขณะที่พวกเขาเข้ามาที่โถง พวกเขาก็เห็นเจี้ยนเฉินนั่งอยู่บนบัลลังก์ พวกเขาอึ้งและแสดงท่าทางตกตะลึงและสงสัย
“นะ นี่ นี่ใช่ปราณของผู้คุมกฎหรือไม่ ? ” ชายวัยกลางคนจ้องเขม็งไปที่เจี้ยนเฉินในขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ เขาดูเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ เพราะว่ามันก็นานแล้วหลังจ