ทำให้ท่าทางของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่และผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะไปเตะตาเจ้าศาลาที่เคารพของศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลเช่นกัน ช่างน่าประหลาดใจจริงจริง อย่างไรก็เถอะ พวกนั้นเป็นศัตรูของศาลาเทพเจ้าอสรพิษ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเอาตัวพวกเขาไป” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์กล่าว แต่เมื่อแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถึงเจ้าศาลา เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทียอมถอยเลย ศาลาเทพเจ้าอสรพิษของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลเช่นกัน
“หืม และก็ยังมีศาลาวิญญาณสวรรค์เช่นกัน พวกเขาฆ่าผู้อาวุโสทั้งสองของพวกเราไป ดังนั้นพวกเราต้องเอาตัวพวกนี้ไป ผู้อาวุโสประจำศาลาจะจัดการพวกเขา” ผู้อาวุโสคุมวินัยคำรามออกมา
โม่ซีรันเริ่มหัวเราะ “เมื่อพวกเราทั้งหมดต้องการที่จะพาพวกนี้ไปและไม่มีใครยอมใคร ทำไมเราไม่ถามความเห็นจากพวกเขาดูล่ะ ? พวกเราจะให้พวกนั้นเลือกว่าจะไปกับใคร”
“ไม่ ! “
“อย่าบังอาจ ! “
จอมยุทธของศาลาวิญญาณสวรรค์และเทพเจ้าอสรพิษปฏิเสธคำแนะนำของโม่ซีรันโดยไม่ต้องคิดให้มาก พวกเขารู้ดีว่าในกลุ่มทุกคนคิดเป็นปรปักษ์กับพวกเขาและคนทั้งสาม ดังนั้นพวกเขาคงไม่เลือกที่จะไปกับใครเลย
“ในเมื่อทุกคนไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำของข้า เจ้ามีวิธีอื่นที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ ? ” โม่ซีรันพูดต่อ
ผู้อาวุโสคุมวินัยและแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทุกคนนิ่งเงียบ ในตอนนี้กำลังของสามฝ่ายได้มารวมกัน คงไม่มีทางอื่นที่จะแก้