เคร่งเครียดมาก
“ข้าได้แต่หวังว่าคนที่เอาของนั่นไปจะไม่รู้ความลับของสิ่งของนั้นและคนของศาลาวิญญาณสวรรค์ก็ไม่รู้ด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ยังมีโอกาสที่เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้” ตาของอาจารย์ของเยิ่นเซินเป็นประกายไปด้วยความเฉลียวฉลาด เขามีวิธีการมากกว่าชาลี
“เจ้ามีความคิดเห็นยังไง ? ” ชาลีมองไปที่ไป่ยันทันที
“พวกเราจะเจรจากับผู้อาวุโสประจำศาลาของศาลาวิญญาณสวรรค์และส่งคนของเราไปเพื่อจุดประสงค์ในการล้างแค้น พวกเราจำเป็นต้องเอาสิ่งของนั้นกลับมา” ไป่ยันพูด
ตาของชาลีเบิกขึ้น “เอาล่ะ ข้าจะใช้หินสื่อสารเพื่อติดต่อกับพวกเขาตอนนี้”
ชาลีและไป่ยันใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อติดต่อกับผู้อาวุโสของศาลาวิญญาณสวรรค์ พวกเขาเล่าเรื่องราวที่พวกเขาเตรียมเอาไว้และหลังจากที่เจรจาอย่างเป็นมิตรแล้ว พวกศาลาวิญญาณสวรรค์จึงอนุญาตให้ส่งคนเข้าไปในอาณาเขตของพวกเขาได้
ในเวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสประจำศาลาทั้งสามของศาลาวิญญาณสวรรค์กำลังนั่งอยู่ด้วยกันที่กึ่งกลางของโถงของพวกเขาในตอนนี้
“ศาลาเทพเจ้าอสรพิษต้องการที่จะส่งจอมยุทธเข้ามาที่อาณาเขตของพวกเราเพื่อที่จะกำจัดศัตรูของพวกเขา แปลกจริง ทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องแค่นั้น ? ” ชายชราพูดกันระหว่างทั้งสามคน
“ข้าก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ศาลาเทพเจ้าอสรพิษต้องปิดบังบางอย่างจากพวกเราแน่ ไม่เช่นนั้น ทำไมผู้อาวุโสประจำศาลาที่น่าเคารพของพวกเขาต้องออกหน้ามาโดยตัวเองด้วยเรื่องเ