งนั้นใช่หรือไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถามอย่างปกติ
ชายชราอีกคนมีชื่อว่าเรนส์ก็พูดออกมาด้วย “ถูกต้อง พวกเราเดินทางมาไกลเพื่อที่จะมาตามหาพวกเจ้าและแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าปรารถนาที่จะเข้าร่วมศาลาเทพเจ้าอสรพิษของพวกเรา พวกเราก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันในอนาคต”
เยิ่นเซินเริ่มกังวลทันทีเมื่อผู้อาวุโสเรนส์และซิดทั้งคู่พยายามที่จะพูดเชิญชวนให้ทั้งสองคนที่ดูหมิ่นเขาเข้าไปร่วมที่ศาลาด้วย เขาพูดออกมา “ท่านผู้อาวุโส แต่พวกมันทั้งสอง….”
“พวกเรารู้ว่าพวกเรากำลังทำอะไร เจ้าไม่จำเป็นต้องยุ่ง” เยิ่นเซินถูกหยุดไว้โดยผู้อาวุโสเรนส์ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ผู้อาวุโสเรนส์จ้องไปที่เจียนและนูบิสเขม็ง
“เจ้าอาจจะผิดหวังถ้าพวกเจ้าอยากให้พวกเราเข้าร่วมศาลาเทพเจ้าอสรพิษ” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“เจ้าไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมงั้นหรือ ? ” ใบหน้าของผู้เฒ่าเรนส์มืดมน
“ถูกต้อง” เจี้ยนเฉินตอบกลับในขณะที่เขาจ้องไปที่ผู้อาวุโส เขารู้สึกไม่กลัวเลย
ผู้อาวุโสเรนส์พูด “ยังไงก็เถอะ เมื่อพวกเจ้าทั้งสองคนไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา พวกเราก็จะไม่บังคับพวกเจ้า สองสามวันที่ผ่านมา เจ้าได้ขโมยเอาแหวนมิติของทูตทั้งสี่ของพวกเราไป ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะคืนมันให้กับข้าได้ พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเจ้าถ้าพวกเจ้าทำแบบนั้น” แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้น จิตสังหารก็เป็นประกายลึกอยู่ในดวงตาของเขา เขาคิด “ผู้อาวุโสประจำศาลาบอกข