ึงแม้แต่ขั้นที่ 9 หลังจากที่นายท่านดูดซับพลังงานทั้งหมดจากหินไปแล้ว” จือหยิงตอบกลับหลังจากคิดเล็กน้อย เขาไม่ค่อยมั่นใจ
หัวใจของเจี้ยนเฉินเริ่มเต้นอย่างควบคุมไม่ได้หลังจากที่เขาได้ยินอย่างนั้น ความรู้สึกเร่งรีบปะทุขึ้นในหัวใจของเขา และล่อใจให้เขาพยายามที่จะไปถึงขั้นที่ 9 เสียซะตอนนี้เลย
“ความแข็งแกร่งระดับไหนที่ข้าจะได้หลังจากที่ดูดซับพลังไปทั้งหมดแล้วนะ ? ข้าจะเป็นเซียนราชาหรือเปล่า ? หรือเหนือไปกว่านั้นนะ ? “
“ถ้าข้าได้รับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเซียนราชา ข้าจะทำเหมือนโมเทียนหยุนและมุ่งไปยังโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้ง ข้าจะสร้างความวุ่นวายที่นั่นและสร้างแม่น้ำโลหิตจากการสังหารของข้า ข้าจะทำมัน ทำให้พวกเขาจะไม่มีความสามารถที่จะมาคุกคามทวีปเทียนหยวนอีกต่อไป”
เจี้ยนเฉินคิดในขณะที่เขากำหมัดของเขา
ไม่กี่วันต่อมา เสียงร้องอย่างโกรธเกรี้ยวก็ดังออกมาจากโถงใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยตัวอยู่ร้อยเมตรเหนืออากาศในที่ที่อยู่ห่างจากเจี้ยนเฉินออกไปหลายหมื่นกิโลเมตร
“เจ้าพวกสวะ พวกเจ้ามันสวะ พวกเจ้ามันเป็นสวะไร้ความสามารถจริง ๆ เจ้าไม่สามารถหาของมาได้แม้ว่ามีพวกเจ้าเพิ่มถึง 2 คน ! ” ชาลีคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
ทูตทั้งสี่สั่นเทาในขณะที่คุกเข่าอยู่ต่อหน้าชาลี ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดพวา พวกเขาใช้เวลาหลายวันด้านนอกแต่ก็ยังหาตัวเจี้ยนเฉินและนูบิสไม่พบ ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้ทีเพียงกลับมาที่ศาลาและรายง