้เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากมาตลอด ต่อให้เราไม่ได้คอยเฝ้าดู เขาในตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถอยู่เป็นอิสระเสียที เอาล่ะ เราอย่าพูดให้มากความ ท่านเจี้ยนเฉิน ท่านน่าจะรีบนำหญ้าน้ำลายมังกรให้เขากินน่ะและปลดปล่อยเขาให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้เร็วขึ้นสักนิดหน่อย” เสี่ยวเย่รู้มีความสุขมากด้วยเหมือนกัน รอยยิ้มของนางค่อนข้างจริงใจถึงแม้เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเย่จะเป็นเซียนผู้คุมกฎ พวกนางมักจะอาศัยอยู่อย่างปรองดองบนเกาะสามเซียนเสมอ ไม่ค่อยนักที่พวกนางจะเดินทางออกจากเกาะ ซึ่งทำให้ความอ่อนโยนและความเมตตาเล็ก ๆ ยังคงมีอยู่ในจิตใจพวกนาง พวกนางไม่เคยทำตัวเลวร้ายโดยการโต้เถียงและหลอกหลวงอย่างเช่นผู้คนบนทวีปเทียนหยวนเสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเย่ไปกับเขา พวกเขามาถึงถ้ำที่เจียงหยาง ซู หยุนคงอยู่ พวกเขาพบว่าเจียงหยาง ซู หยุนคงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงหินเสี่ยวเย่กล่าวว่า เพื่อลดความเจ็บปวด เราใช้เพลงจากพิณเพื่อทำให้เขานอนหลับ ท่านเจี้ยนเฉินโปรดรอสักนิด จากนั้นนางก็หันไปหาเสี่ยวเหยียน ศิษย์น้องรีบทำให้เขาตื่นขึ้นมา เล่นเพลงทำนองปลอบโยน-วิญญาณเจ้าค่ะ ศิษย์พี่ เสี่ยวเย่ทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิทันที นางค่อย ๆ ดีดสายพิณของนางด้วยมือที่สง่างามและเล่นเพลงเบา ๆนิ้วมือของเสี่ยวเย่สัมผัสกับสายพิณด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใครเพื่อปลุกเจียงหยาง ซู หยุนคงจากการนอนหลับเจียงหยาง ซู หยุนคงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงหิน