รียกเจี้ยนเฉินว่านายท่าน ราวกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายในจิตใจของเขาทำให้เขาวุ่นวายใจ เฮยยู่เคยอาศัยอยู่ในวัตถุเซียนมานับพันปี เขาทราบดีถึงพลังของวัตถุเซียน การดำรงอยู่ของมันเทียบได้กับเซียนผู้คุมกฎ แน่นอนว่าพลังของจิตวิญญาณวัตถุเซียนนั้นพอ ๆ กับเซียนผู้คุมกฎที่เป็นต้นแบบโดยสมบูรณ์ มันเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อสำหรับเขาอย่างไรก็ตาม เฮยยู่จำได้ว่าแม้แต่พยัคฆ์ปีกเทวะก็อยู่กับเจี้ยนเฉิน ความสงสัยของเขาจึงหายไป เขาสามารถบอกได้ว่าเจี้ยนเฉินนั้นไม่ธรรมดา เบื้องหลังและกำเนิดของเขาเกินกว่าที่จะจินตนาการได้คิดได้เช่นนั้น สายตาของเฮยยู่ที่มองเจี้ยนเฉินจึงเปลี่ยนไป เขาไม่กล้าที่จะดูเบาเจี้ยนเฉิน ผู้ที่เป็นเซียนผู้คุมกฎอีกต่อไปในขณะนี้เจี้ยนเฉินแน่ใจว่าภายใต้แขนเสื้อของเฮยยู่นั้นว่างเปล่า เขาถามออกไปด้วยความอยากรู้ “ผู้อาวุโส แขนของท่านที่ขาดไปนั้นเนื่องจากการปะทะกับวิญญาณมังกรระดับ 9 หรือ ? “ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ด้วยสถานะของเขา เฮยยู่จะไม่ใส่ใจตอบคำถามของเจี้ยนเฉิน อย่างไรก็ตาม มันแตกต่างออกไปในขณะนี้ เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า “แขนของข้าไม่ได้เกิดจากการปะทะกับวิญญาณมังกรระดับ 9 แต่เกิดจากความบ้าคลั่งของค่ายกลในท้องฟ้าบนเกาะทันทีที่คิดสรุปได้ เขาก็คิดไปถึงท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปเกิน 10 เมตรที่เป็นเขตหวงห้าม เขาเข้าใจแจ่มแจ้งถึงความน่ากลัวของมัน เขาไม่เคยคิดว่าแม้แต่จระเข้เทวะกลายพันธุ์ก็ยังต้องชดใช้ด้วยราคาแสน