งรอบตัวเขาราวกับภูเขากองหย่อม ๆหลังจากคัดแยกแกนอสูรทั้งหมดแล้ว เจี้ยนเฉินจึงหยุดพักก่อนติดต่อกับจิตวิญญาณกระบี่ที่กำลังดูบซับหินหลากสีภายในความคิดให้มาช่วยหลอมแกนอสูรจือหยิงและฉิงโซวปรากฏตัวขึ้นเหนือหัวเจี้ยนเฉิน ก่อนจะสะบัดมือพาแกนอสูรกองเล็ก ๆ ลอยขึ้นมาระหว่างทั้งสอง ก่อนจะหลอมรวมกลายเป็นสายพลังบรรพกาลกองแกนอสูรรอบตัวค่อย ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้ฝีมือของจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสอง สายพลังบรรพกาลค่อย ๆ หลั่งไหลเข้าไปในตันเถียนของเจี้ยนเฉิน สายพลังนั้นเข้มเสียจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหลังจากผ่านไป 2 วัน กองภูเขาแกนอสูรรอบตัวถูกดูดซับไปไม่เหลือแม้แต่อันเดียว พลังบรรพกาลของเจี้ยนเฉินขยายขนาดจากเท่าเมล็ดถั่วกลายเป็นขนาดหัวแม่มือ พลังบรรพกาลของเจี้ยนเฉินในยามนี้นั้นนับว่ามีเพียงแค่หนึ่งในร้อยจากครั้งที่ได้จากเมืองทหารรับจ้างนั่นเพราะแกนอสูรส่วนใหญ่นั้นอยู่ในระดับ 3, 4 และ 5 ส่วนแกนอสูรระดับ 6 นั้นเขาใช้ไปก่อนหน้านี้แล้วบ้าง จึงเหลือน้อยมากเจี้ยนเฉินค่อย ๆ ลืมตา คิ้วขมวดกันด้วยความกังวล ยามนี้เขาใช้แกนอสูรทั้งหมดที่มีไปหมดแล้ว นอกจากยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎและกระบี่สังหารมังกร เขาก็ไม่มีอะไรที่จะนำมาหลอมให้เป็นพลังบรรพกาลแล้วทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเจี้ยนเฉิน ก่อนพึมพำกับตัวเอง “ภายในมิติวัตถุเซียนดูจะมีสัตว์อสูรระดับ 7 อยู่ไม่น้อย อยากรู้นักพวกสัตว์อสูรที่แก่ตายจะเหลือแกนไว้มั