วชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมากในเวลาอันสั้น ทำให้ยามและบ่าวไพร่ต่างสั่นสะท้าน พวกเขาจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิมะที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้น อย่างพูดไม่ออกพร้อมกับความไม่เชื่อท่วมท้นในสายตาของพวกเขา
พายุหิมะฉับพลันอ้อมล้อมในรัศมีหมื่นกิโลเมตร ภายในบริเวณนั้นสภาพอากาศที่ร้อนจ้ากลับกลายเป็นน้ำแข็งเย็นยะเยือกซึ่งทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตะลึกงัน เพราะว่าในปัจจุบันนั้นเป็นฤดูร้อนที่ร้อนระอุด้วยดวงอาทิตย์ที่แผดจ้าจนทำให้ผืนดินโลกในทุก ๆ วันเหมือนเตาอบที่ลุกเป็นไฟ ทำไมถึงมีหิมะตกในฤดูเช่นนี้ ?
ตระกูลทั้งสิบที่มาชุมนุมที่คฤหาสน์ก็ตกตะลึงกับหิมะที่เกิดขึ้นในฉับพลัน ทุกคนมองขึ้นไปขณะที่มีประกายแสงกระพริบผ่านดวงตาของพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถมองเห็นผ่านเกล็ดหิมะและเจาะผ่านช่องว่างที่ขวางกั้นนั้นไปได้ ในขณะนั้นเอง หนึ่งในพวกเขากลายเป็นเคร่งขรึมขึ้น
“นั่นคือศาลาเทพธิดาน้ำแข็งอาร์กติก ! ” หัวหน้าอารามของอารามจิตพิสุทธิ์ที่เฝ้ามองไปบนท้องฟ้าอย่างเคร่งเครียดและกล่าวด้วยเสียงทุ้มลึก
ทันทีที่หัวหน้าอารามกล่าวจบ ศาลาศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ บนท้องฟ้าสีขาวอันกว้างใหญ่ มันมีความยาวและความกว้างเกินกว่าหมื่นเมตรและมันดูเหมือนจะได้ปรากฏขึ้นโดยการฉีกผ่านห้วงมิติ จากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิมะ มันค่อย ๆ ลดระดับลงมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับการสะเทือนเล็กน้อย
มันเป็นศาลาเทพธิดาน้ำแข็งอาร์กติก ศาลาเทพธิดา