เขาไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเจี้ยนเฉินเพราะไม่ได้เข้าประชุมผู้อาวุโส แต่กลับเร่งออกมาตามหาเจียงหวูจี่เสียก่อน“นายท่านผู้เฒ่า เจี้ยนเฉินนั้นเดิมชื่อเจียงหยางเซียงเทียน เป็นนายน้อยสี่ของตระกูล เป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนในทวีป นายน้อยอายุเพียง 24 ปีในปีนี้ แต่ได้เป็นถึงเซียนผู้คุมกฎ” เจียงหวูจี่รีบอธิบายดวงตาของเจียงหยางซูหยวนเซียวกระพริบไปวูบหนึ่ง ก่อนพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าไม่เชื่อถือ “เป็นเซียนผู้คุมกฎด้วยอายุเพียง 24 ปี ? เป็นไปได้อย่างไรกัน ? ” คำพูดของลุงเจียงทำให้เจียงหยางซูหยุนเซียวตกใจเป็นอย่างมาก อายุน้อยถึงเพียงนั้นแต่กลับเป็นถึงเซียนผู้คุมกฎนั้นไม่ใช่แค่อัจฉริยะธรรมดา ในประวัติศาสตร์ของทวีปเทียนหยวน เหตุการณ์นี้ไม่เคยมีมาก่อนประธานพูดต่อ “ผู้อาวุโสเจียงหยางซูหยวนเซียว เจี้ยนเฉินนั้นได้นำวัตถุเซียนที่อยู่คู่สมาคมของเรามาเนิ่นนานไป ที่เรามาครั้งนี้ก็เพียงเพื่อมาทวงคืนไม่มีจุดประสงค์อื่น ข้าหวังว่าเมื่อเจี้ยนเฉินกลับมา เขาจะนำสมบัติไปส่งคืนให้เรา” หลังจากนั้นประธานหยุดพูดไปครู่ใหญ่ หลังจากลังเลเล็กน้อย จึงพูดต่อ “ตามที่ข้าทราบมา พยัคฆ์ปีกเทวะเองนั้นก็อยู่กับเจี้ยนเฉิน”ทันทีที่ได้ยิน เจียงหยางซูหยวนเซียวไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป “อะไรนะ ? พยัคฆ์ปีกเทวะอยู่กับเจี้ยนเฉิน” ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เจี้ยนเฉินเป็นคนของตระกูลเจียงหยาง ในเมื่อมันติดตามเจี้ยนเฉินเช่นนี