งสองพี่น้องเปลี่ยนท่าทีที่มองคนตระกูลเจียงหยางที่อยู่ตรงหน้าทันที ประเด็นปัญหาเรื่องชื่อสกุลที่เหมือนกันถูกมองข้ามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ลุงเจียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา มองสองพี่น้องด้วยแววตาแฝงไว้ด้วยอารมณ์หลากหลาย แล้วพูดขึ้น “ข้าชื่อเจียงหวูจี่ ยามที่เจ้ากลับไป ลองบอกแม่เฒ่าเจียงหยาง ซูอวี้หยวน นางน่าจะรู้ว่าข้าคือใคร ““เจียงหวูจี่ ? ” สองพี่น้องพึมพำ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะชื่อนั้นไม่มีคำว่าเจียงหยางอยู่ตระกูลเจียงหยางมี 3 สาขา สาขาซู สาขาหยวน และสาขาฉิง ไม่ว่าใครที่เป็นสมาชิกตระกูล ชื่อต้นย่อมเป็นเจียงหยางไม่มีข้อยกเว้น ตามมาด้วยชื่อสกุลสาขา ซู หยวน หรือชิง เพื่อเจาะจงว่าเป็นคนของสาขาไหน หลังจากสามคำหลักนำหน้าแล้ว จึงจะเป็นชื่อจริง ๆ ของคน ๆ นั้นแค่ชื่อสามพยางค์ “เจียงหวูจี่” มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมาจากตระกูลเจียงหยาง เพราะชื่อนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงต่อให้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่สองพี่น้องก็ไม่พูดอะไรอีก ชายหนุ่มป้องมือทำความเคารพเจียงหวูจี่เพื่อบอกลา ก่อนออกจากคฤหาสน์ไปพร้อม ๆ กับน้องสาวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า สองพี่น้องพร้อมกับเซียนสวรรค์อีกสิบสองคนพุ่งทะยานห่างออกไป ก่อนที่หญิงสาวจะหันไปถามชายหนุ่มข้าง ๆ “ท่านพี่ ท่านคิดว่าชายคนนั้นเป็นใครกัน? จากชื่อ น่าจะไม่ใช่คนในตระกูลของเรา แต่กลับรู้ชื่อท่านย่าเย่ หรือว่ารู้จักกันเป็นการส่วนตัว?”ชายหนุ่มคิ้วขมวดเล็