ทันใดนั้นชายสูงอายุคนหนึ่งก็ลุกขึ้น ก่อนพูดพร้อมประสานมือทำความเคารพ “เรียนท่านหัวหน้านิกาย ไม่กี่วันก่อน ยามที่สำนักเราออกจากการปิดด่านเก็บตัว มีศิษย์จากนิกายสาขาภายนอกมาแจ้งข่าวว่านิกายสาขานั้นถูกทำลายโดยใครบางคน คน ๆ นั้นคือเจี้ยนเฉินกับพยัคฆ์ปีกเทวะ”แววตาของหัวหน้านิกายเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วมองตรงไปยังชายแก่คนนั้น “จริงหรือ ผู้อาวุโสหลิงหยวนซี ? “ผู้อาวุโสหลิงหยวนซีประสานมือก่อนตอบอย่างมั่นใจ “เรียนท่านหัวหน้านิกาย ข้าส่งคนออกไปตรวจสอบมาแล้ว ทุกอย่างที่พูดมาเป็นความจริง ไม่มีความเท็จแม้แต่น้อย”ทันทีที่ได้ยินหัวหน้านิกายหัวเราะลั่น “สวรรค์เป็นใจให้กับนิกายหยางจิของข้าแล้ว สวรรค์เป็นใจจริง ๆ ก่อนหน้านี้ปัญหาเรื่องคนที่ควรได้สิทธิ์ทำสัญญากับพยัคฆ์ปีกเทวะนั้นแก้กันไม่ตกภายในสิบตระกูล แต่การที่เจี้ยนเฉินทำลายนิกายสาขาของเรา มันเท่ากับว่าเรามีสิทธิ์ทุกประการที่จะจับมัน การที่เราจับตัวเจี้ยนเฉินได้ก็เท่ากับเราได้พยัคฆ์ปีกเทวะมาเช่นกัน”“ต่อให้ตระกูลจะจับมันไปได้ก่อน แต่การที่มันทำลายสาขานิกายของเราก็เพียงพอจะใช้เป็นเหตุผล หากข้าแค่ใช้เส้นสายอีกนิดหน่อย โอกาสที่จะได้พยัคฆ์ปีกเทวะมาในครอบครองก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”แววตาของหัวหน้านิกายเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนเร่งออกจากห้องโถงประชุม “รอช้าไม่ได้แล้ว ข้าจะเร่งไปติดต่อกับเหล่าบรรพชน หาทางดูว่าเราจำเป็นต้องจัด