จำกัดที่จะทนทานต่อพลังได้แล้วเศษเสี้ยวความเหี้ยมโหดแวบผ่านนัยน์ตาเจี้ยนเฉิน เขาไม่ได้ยับยั้งพลังงาน ซ้ำยังบังคับพลังบรรพกาลให้พรั่งพรูเข้าไปในกระบี่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแทน พลังงานของกระบี่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเสียงรอยแตกดังขึ้นเรื่อย ๆ รอยแตกบนกระบี่แผ่ขยายไปเรื่อย ๆ จนเกิดรอยแตกระแหงขนาดเล็กปกคลุมกระบี่ทั้งเล่ม ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็เหนี่ยวรั้งพลังไว้ เขาควงกระบี่ด้วยสองมือและชูมันขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะตวัดลงด้วยพลังที่แยกภูเขาได้ดาบฉีกกระชากพุ่งผ่านช่องว่างมิติและทำลายช่องว่างความว่างเปล่าได้อย่างง่ายดาย ต่อหน้าช่องว่างมิติ มันเชือดเฉือนช่องว่างมิติราวกับตัดเต้าหู้ ฉีกกระชากจนถึงจุดที่ช่องว่างมิติไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ทัน หลังจากนั้นไม่นาน กระบี่สังหารมังกรที่มีพลังงานบรรพกาลจำนวนมหาศาลได้ก่อตัวเป็นรังสีดาบขนาดใหญ่เสร็จสมบรูณ์ ดาบฉีที่น่าสะพรึงกลัวก็ถูกยิงออกไปการตวัดนี้ไม่เพียงใช้ออกความแข็งแกร่งที่สูงที่สุดของเจี้ยนเฉินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพลังบรรพกาลส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในร่างกายของเขาอีกด้วย การตวัดครั้งนี้นั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 9 ที่ใช้ออกด้วยข้อกำหนดทางความแข็งแกร่ง ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎจึงไม่สามารถทนต่อพลังขนาดนี้ได้ปราณกระบี่ขนาดใหญ่พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง เหล่าเซียนผู้คุมกฎจากแปดตระกูลที่ล้อมอยู่รอบ ๆ ต่างพากันตื่นต