มกฎตั้งหลายคนมาจัดการกับเจ้า อะไรแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2” เมื่อพูดจบ หยุนเทียนก็หยุดซักพักก่อนจะพูดต่อ “อีกทั้งยังมีคนตั้งมากมายรู้แล้วว่าศิษย์น้องมีสมบัติแบบนี้อยู่ในตอนนี้ มันต้องมีคนที่โลภอยากได้แน่ ถ้าเซียนผู้คุมกฎมาหาเจ้าละก็ เจ้าจะปกป้องสมบัตินี้ได้อย่างไร ? มันคงจะไปตกอยู่ในมือของพวกนั้น ในท้ายที่สุดและสร้างปัญหาให้กับเจ้าเป็นแน่ ทำไมเจ้าไม่มอบมันให้กับท่านอาจารย์และให้ท่านอาจารย์เก็บไว้ชั่วคราวล่ะ ? เมื่อศิษย์น้องแข็งแกร่งมากพอที่เก็บมันไว้ได้แล้ว ก็ให้อาจารย์คืนมันแก่เจ้าไป ศิษย์น้องคิดว่าอย่างไร ? ““หืม หยางยู่เทียน เมื่อเจ้ายกเกราะให้ท่านอาจารย์แล้ว ข้าจะยืมมันมาจากท่านอาจารย์ ด้วยเกราะนี้ ข้าก็จะไม่เกรงกลัวเซียนผู้คุมกฎเมื่อข้าอยู่ต่อหน้าพวกมัน ข้า หยุนเทียน ต้องได้เกราะทองนั้นเพื่อต่อต้านการโจมตีของเซียนผู้คุมกฎ” หยุนเทียนยิ้มเยาะในใจและความละโมบอย่างรุนแรงปรากฏขึ้นลึก ๆ ภายในดวงตาของเขาเจี้ยนเฉินมองไปที่ท่านประธานและถามอย่างสงบ “ท่านอาจารย์ ท่านอยากให้เป็นเช่นนี้หรือไม่ ? ถ้าท่านต้องการ ข้าสามารถให้ท่านอาจารย์เก็บมันไว้ชั่วคราวได้ ไม่เป็นไร” ด้วยการพูดแบบนั้น เจี้ยนเฉินต้องการที่จะรู้ว่ามันเป็นความคิดของหยุนเทียนหรือท่านประธานที่สั่งให้ศิษย์พี่ของเขาทำแบบนั้นท่านประธานจิบชาอย่างนุ่มนวลและวางถ้วยลงอย่างช้า ๆ เขามองไปที่เจี้ยนเฉินแล้วพูด “หยางยู่เทียน ข้าอ