ขณะที่เขาพูด ชายชราก็จ้องไปที่เกราะสีทองบนตัวเจี้ยนเฉินแทน สายตาแปลก ๆ ปรากฏขึ้นซึ่งไม่สามารถปกปิดความโลภที่อยู่ลึก ๆ ของเขาได้ก่อนที่เจี้ยนเฉินจะตอนกลับไป ผู้อาวุโสสูงสุดก็พูดขึ้นมา “ในเมื่อการรักษาความสงบสุขของเมืองแห่งเทพเจ้าเป็นของตระกูลทั้งแปดแล้ว ทำไมพวกเจ้าไม่ไปรับมือกับพวกนักฆ่าล่ะ ? ““ท่านผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวถูกแล้ว มันควรจะเป็นคนของตระกูลทั้งแปดที่จะต้องจัดการกับมัน” คนพูดเป็นชายวัยกลางคน หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็บินออกไปไกลหลังจากนั้นไม่นาน คนที่เหลือทั้งเจ็ดก็ตามออกไปด้วย พวกเขาแยกออกเป็นกลุ่มละ 2 คน 4 กลุ่ม และไล่ตามนักฆ่าที่เป็นเซียนผู้คุมกฎไปใน 4 ทิศทาง ไม่นานนัก การต่อสู้ที่อยู่ไกล ๆ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
ด้วยการตายของคนขับรถม้า หยางหลิงจึงมีหน้าที่ซึ่งจะต้องขับรถม้าต่อไปโดยปริยาย หยางหลิงขับรถม้าผ่านหายไปไกลอย่างรวดเร็ว ศพของพวกนักฆ่าสิบกว่าศพ สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือเลือดที่สาดกระเด็นไปทุกที่และศพเกลื่อนกลาด แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อน
ในจุดที่ห่างออกไป ผู้คนที่มารวมตัวกันต่างเปิดทางให้แก่รถม้า พวกเขาจ้องมองไปที่คนในรถม้าอย่างชื่นชม เห็นได้ชัดว่า พวกเขาได้ประจักษ์ถึงความสามารถของเจี้ยนเฉินซึ่งฆ่าเซียนสวรรค์หลายคนอย่างต่อเนื่อง และทั้งหมดนั้นชื่นชมความแข็งแกร่งที่เจี้ยนเฉินนั้นได้แสดงออกมา
ในขณะนี้เอง คลื่นพลังได้เพิ่มขึ้นในที่ห่างไกลออกไป ลูกธนูที่มองไ