อแค่เพียงผู้อาวุโสสูงสุดที่ยังอยู่ในห้องและกำลังดื่มชาเหมือนที่เขาทำก่อนหน้านี้“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริง ๆ เขาเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่มีประโยชน์ต่อตระกูลซาร์ของข้า” นานซักพักผู้อาวุโสสูงสุดก็ถอนหายใจเบา ๆ ออก หลังจากนั้นไม่นาน ชิ้นหยกก็โผล่ขึ้นมาบนมือของเขาและเขาก็บีบมันแตกอย่างไม่ลังเลในเวลาเดียวกันนั้น ในตระกูลทั้งแปด ท่าทีที่อยู่ในการควบคุมของทุกคนก็เปลี่ยนไป พวกเขาดึงชิ้นหยกที่แตกออกมาจากแหวนมิติของพวกเขา“จัดการมัน ! “..เมื่อเดินออกจากอาคารที่ผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ หัวหน้าตระกูลที่นำทางเขามาที่นี่ก็หายไป เจี้ยนเฉินกลับไปที่โถงประชุมจากความทรงจำของเขาเจี้ยนเฉินมาถึงที่โถงโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่นั้น ดูเหมือนว่าสมาชิกระดับสูงของตระกูลซาร์ได้ออกไปแล้ว นอกเหนือจากยาม 2 คนแล้ว มีเพียงหยางหลิงเท่านั้นที่นั่งอยู่คนเดียวสายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกาย ในใจของเขา เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสิ่งที่ตระกูลซาร์ปฏิบัติต่อเขาช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้ เขาพูด “หยางหลิง พวกเราไปกันเถอะ ! “หยางหลิงยืนขึ้นและเดินออกไปจากโถงที่ว่างเปล่า เขาเดินตามเจี้ยนเฉินไปด้วยท่าทีที่เย็นชาและเดินอย่างเงียบ ๆ ไปที่ทางเข้าหลังของตระกูลซาร์ ไม่มีใครออกมาส่งพวกเขา“กลับสำนักงานใหญ่ ! ” เจี้ยนเฉินและหยางหลิงขึ้นรถม้าในขณะที่เจี้ยนเฉินบอกกับคนขับรถม้ารถม้าที่หรูหราที่มีตราสัญลักษณ์ของสมาคมกลับรถแล้วมุ่งหน้าไปทางสำนักงานใหญ่ เจี้ยนเฉินน