จี้ยนเฉินในอนาคตต้องเกินกว่าพวกเขาไปแน่ ถ้าดูจากความสามารถของเขาเจี้ยนเฉินไม่ได้ตอบรับคำเชิญของคนจากตระกูลทั้งแปดตระกูลใหญ่ เขาลังเลสักครู่ในตอนนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำที่ท่านประธานเคยกล่าวไว้ว่า “ในตอนนี้ จักรวรรดิไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่สงบสุข ดังนั้นมันจะดีที่สุดถ้าหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดเกินไปกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสามตระกูลใหญ่”เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เจี้ยนเฉินก็ตัดสินใจได้ เขาพูดอย่างขอโทษกับทุก ๆ คน “ข้าเข้าในดีว่าทุกคนนั้นหวังดี แต่ในการต่อสู้ที่จะถึงในอีก 1 เดือนนี้ ข้ามีแผนการของข้าแล้ว ดังนั้นข้าจะเข้าร่วมกับทุกคนไม่ได้”สิ่งที่เจี้ยนเฉินพูดทำให้หลายคนที่อยู่ที่โต๊ะเปลี่ยนท่าที แม้แต่บรรยากาศที่แสนดีก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นแทนที่ในเวลานี้ ดาดฟ้าเรือเงียบขึ้นอย่างผิดปกติ และแม้แต่เสียงเข็มตกลงพื้นก็ยังสามารถได้ยินได้สักพักถัดมา บรรยากาศที่หนักอึ้งก็ได้ถูกทำลายลง “น้องหยางยู่เทียน เจ้าต้องคิดให้ดีนะ การที่เจ้าตัวคนเดียวนั้นมันอันตรายมาก ทำให้มันยากมากที่จะติดหนึ่งในสิบในตอนท้าย” มันเป็นชายชราที่พูดขึ้นมา เขามาจากตระกูลเทพเจ้าแห่งไฟเจี้ยนเฉินปฏิเสธเขาไปโดยไม่ลังเล “ข้าขอบคุณในความหวังดีของทุก ๆ คนมาก แต่ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ดังนั้น ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกแล้ว”ที่โต๊ะทานอาหารนั้น ท่าทีของคนสองสามคนเกรงขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสายตาที่เย็นชาของคนอื่น ๆในตอนนี้ เสือขาวที่กำลังนั่งหลับอยู่