ามารถที่จะไปที่โรงเตี้ยมลอยน้ำในอีกสองวันที่จะถึงได้” เจี้ยนเฉินป้องมือให้เฟิงเจี้ยนหมิงและพูดอย่างใจเย็นเฟิงเจี้ยนหมิงค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดมาก่อนว่าหลังจากที่เขาประกาศชื่อของตระกูลเฉิงซึ่งเป็นหนึ่งในแปดตระกูลออกไปแล้ว หยางยู่เทียนจะตอบปฏิเสธง่าย ๆ แบบนี้ มันสร้างความประหลาดใจให้เขาจริง ๆถึงแม้ว่าการเชื้อเชิญจะถูกปฏิเสธ เฟิงเจี้ยนหมิงก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกไม่ยินดีแม้แต่น้อย เขาประสานมือไปที่เจี้ยนเฉิน “ถ้าท่านหยางยู่เทียนต้องการที่จะไปที่หอคอยพลังเซียนธาตุแสงเพื่อฝึกฝนทักษะธาตุแสงละก็ เฟิงเจี้ยนหมิงก็ไม่ขอรบกวนท่านแล้ว ภารกิจของเฟิงเจี้ยนหมิงสิ้นสุดแล้วตอนนี้และจะกลับไปรายงานกับนายท่านเฉิง ข้าขออำลา ! ” หลังจกาที่เขาพูดจบ เขาก็หันไปหาเงาด้านหลังเขา ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปเป็นเยือกเย็นทันที “เจ้าเงา ข้าหวังว่าเจ้ายังจะไม่ลืมกฎที่สมาคมตั้งเอาไว้นะ ถ้าเจ้าไม่รักษากฎ เจ้าจะไม่สามารถหนีการลงโทษได้แม้ว่าตระกูลของเจ้าจะช่วยก็ตาม เจ้าอาจถึงตายได้ ! ““หืม เฟิงเจี้ยนหมิง นั่นมันไม่ใช่เรื่องของเจ้า” เสียงแหบแห้งออกมาจากหมอกดำนั้นและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็นมุมปากของเฟิงเจี้ยนหมิงบิดเบี้ยวไปด้วยความเย้ยหยัน “ท่านหยางยู่เทียนที่เคารพเป็นแขกของนายท่านเฉิง และยังถือเป็นแขกที่น่าเคารพของตระกูลเฉิงด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับท่านหยางยู่เทียน เจ้าน่าจะรู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง เจ้าเงา” จากน