ม่เห็นและไม่ตกกระทบที่ตัวเขาเลย เขายืนอยู่ใต้สายฟ้าที่ฟาดอยู่และมองลงมา เขาดูเหมือนจะไม่สนใจเสียงฟ้าผ่าดังและสายฟ้าที่ฟาดลงมารอบ ๆ ตัวเหมือนดั่งพระเจ้า
เขาคือเจี้ยนเฉินที่มาจากอาณาจักรเกอซุน
เจี้ยนเฉินลอยอยู่บนอากาศ การมีอยู่ของเขาปกคลุมทั่วทั้งเมืองและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ค่อย ๆ เปิดตาของเขาขึ้น มองผ่านหมอกไปไกลไกล เขาสามารถเห็นแนวภูเขาได้ลาง ๆ เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าพวกเขาไม่อยู่ในเมือง มันก็ต้องเป็นที่แนวภูเขานั้นแหละ” ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างของเจี้ยนเฉินก็กลายเป็นภาพติดตาและหายไปจากท้องฟ้า เข้าได้บินไปที่แนวภูเขาที่ห่างออกไป 10 สิบกิโลเมตรด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยสายตาเปล่า
ในส่วนลึกของแนวภูเขานั้น กระโจมสิบกว่ากระโจมถูกตั้งอยู่ให้ป้อมที่ต้นไม้เก่าแก่ ด้านนอกกระโจม มีชายตัวใหญ่ไม่สวมเสื้อหลายคนยืนอยู่กลางฝนและรักษาการอยู่ การจ้องมองของพวกเขานั้นเร็วและมีพลังและเต็มไปด้วยความดุร้าย พวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ๆ
ในตอนนั้นเอง ที่จุดกึ่งกลางสุดของกระโจม มีคน 9 คนอยู่รอบรอบโต๊ะกลมตัวใหญ่และกำลังกินเนื้อสัตว์อสูรย่างในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน
“ศิษย์พี่อัน หยุนเจิ้ง ข้าขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยน้องของข้าหนีมาได้โดยไม่ได้รับอันตรายจากสัตว์อสูร” ชายชรายกจอกไว้ขึ้นและพูดกับชายตัวใหญ่ที่ดูอ่อนโยนในวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยความเคารพ
“ฮ่าฮ่า ไคเอ้อ เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก หยุนเจิ้งแ