ษย์ พวกเราเป็นตัวแทนของหัวหน้านิกายในการจับกุมและฆ่า ! ” ชายคนนั้นพูดอย่างเฉยเมย น้ำเสียงของเขาเย็นชาและไม่มีความรู้สึกใด ๆ ตอนที่เขาพูดสามคำสุดท้ายนั้น เขาพูดเน้นเป็นคำ ๆ
สามคำนั้น ‘จับกุมและฆ่า’ ออกมาจากปากของชายนั้น จิตสังหารก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาและเขาก็พุ่งไปที่ชายชราทั้งห้าเหมือนเหมือนคลื่นเสียงคำราม ต่อหน้าจิตสังหารนั้นมันเหมือนทำให้มิติรอบ ๆ ดูเชื่องช้าไป
มันชัดเจนเลยว่าชายคนนั้นมีความช่ำชองในการควบคุมจิตสังหาร แม้ว่าเขาจะปล่อยจิตสังหารที่ชั่วร้ายออกมาแค่ไหน แต่จิตสังหารนั้นก็แค่ปกคลุมชายชราทั้งห้าเท่านั้น มันไม่ได้กระจายไปที่ใดและไม่ได้ส่งผลอะไรกับผู้คนด้านล่าง
ชายชราทั้งห้าเคร่งเครียด จิตสังหารจากชายผู้นั้นทำให้พวกเขาสั่นไปด้วยความกลัว
นี้เป็นเพราะมันเป็นจิตสังหารที่เกิดจากการที่ฆ่ามาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งแตกต่างจากจิตสังหารที่เกิดขึ้นมาจากจิตใจ ในตอนนี้พวกเขางุนงงไปด้วยความเหลือเชื่อจากความรู้สึกที่ว่าจิตสังหารที่ทรงพลังนั้นมาจากเซียนผู้คุมกฎ นี่เป็นเพราะเซียนผู้คุมกฎนั้นกังวลเกี่ยวกับการสังหารหมู่ เมื่อพวกเขาได้ก่อบาปหนัก พวกเขาจะต้องถูกลงทัณฑ์จากสวรรค์และตาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ให้ประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือสิ่งที่ชายคนนั้นพูด เขารู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งห้าและตระกูลกิลลิกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะเมื่อเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ทั้งห้าจะกลายเป็นศัตรูกับทุกคนใ