ังจากนั้นก็มองไปทางไป๋ไฮด้วยความสงสัย “เซียงเอ๋อ ท่านผู้เฒ่าผู้นี้คือใครหรือ?”
เรื่องของไป๋ยู่ซวงเมื่อสักครู่ทำเอาเจี้ยนเฉินหลงประเด็นที่มาที่นี่ไป แต่เมื่อหยูเฟิงหยานนำเขากลับเข้ามายังประเด็นที่สำคัญกว่า เขากลับมาอยู่ในท่าทางที่ตึงเครียดและพูดว่า “ท่านป้าทั้งสาม ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดคุยกับท่านแม่ของข้า เอาไว้เราค่อยพูดเรื่องอื่นกันคราวหลังได้หรือไม่ ? “
“อ่า ได้ ไม่มีปัญหา ! แม่ของเจ้าไม่ได้พบกับเจ้ามานานมากแล้ว มันคงมีเรื่องมากมายเลยที่เจ้า 2 คนอยากจะพูดคุยกัน เราจะไม่รบกวนพวกเจ้าในตอนนี้แล้ว เชิญตามสบายเลย ! ” หลิงหลงพูดก่อนที่จะพาหยูเฟิงหยานและไป๋ยู่ซวงออกไปจากสวน ตอนที่เดินผ่านไป๋ไฮ พวกนางทั้งสามมองผ่าน ๆ และสงสัยว่าคนผู้นี้คือใคร ก่อนจากไป
เมื่อทั้งสามหายไปจากสายตาแล้ว ในสวนเหลือเพียงแค่เจี้ยนเฉิน ไป๋หยุนเทียน และไป๋ไฮ เท่านั้น
ไป๋หยุนเทียนจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็นและกำลังตั้งใจที่จะถามเจี้ยนเฉินว่ามีเรื่องอะไร ขณะมองเลยไปที่ไป๋ไฮ หลังจากนั้นหน้าของนางก้มต่ำลง คิดถึงความทรงจำที่เอ่อล้นเข้ามาจากเมื่อ 2-3 วันก่อนที่เจี้ยนเฉินจะพูดเกี่ยวกับตระกูลไป๋ หลังจากเชื่อมโยงเรื่องราวไปมา ไป๋หยุนเทียนก็เริ่มที่จะเข้าใจ
“เซียงเอ๋อ ท่านผู้เฒ่านี้คือใครงั้นหรือ?” นางถาม ข้างในอกนาง หัวใจของนางเริ่มที่จะเต้นรัวขึ้น
“ท่านแม่ ลูกทำได้ ลูกเจอบรรพชนของตระกูลไป๋ของเราแล้ว ท่า