หรือ ? ” จุนโม่เห่าป้องมือ แม้ว่าจะพูดแบบนั้นกับเซียนราชาแต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัว มันไม่ใช่ว่าตระกูลเทียนมู่จะไม่มีผู้ที่มีพลังระดับนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าต่อรอง
“ผู้อาวุโส พวกเราตระกูลเอ้าหยุนเองก็ไม่กลับไปง่าย ๆ ไม่ว่าอย่างไร พวกเราตระกูลเอ้าหยุนต้องได้มันกลับไปบ้าง” หนึ่งในผู้อาวุโสจากตระกูลเอ้าหยุนพูดขึ้นมา
“ผู้อาวุโส ถ้าท่านจะช่วยเจี้ยนเฉิน งั้นความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายคงพอ ๆ กัน เราควรถอยคนละก้าวและแบ่งมันเป็น 3 ส่วน ตระกูลเอ้าหยุน, ตระกูลเทียนมู่, และท่านจะได้คนละส่วน ” ผู้อาวุโสจากตระกูลเอ้าหยุนเสนอขึ้นมา
คิ้วของเทียนเจี้ยนขมวดเข้าหากัน ” ข้าจะไม่พูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ” ครั้งนี้มีความอำมหิตแฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา
ด้วยความช่วยเหลือของเทียนเจี้ยน ตอนนี้เจี้ยนเฉินนั้นโล่งใจลงมาได้อย่างมาก เขาสามารถแก้ปัญหากับตระกูลโบราณ 2 ตระกูลนี้ได้แล้ว
“ผู้อาวุโส นี่มันเกินไปหน่อยแล้ว ” ผู้อาวุโสจากตระกูลเอ้าหยุนท้วงขึ้นมา หินหยกในมือของเขาโผล่ขึ้นมาในมือของเขา เขาบดก้อนหินนั่นเพื่อเป็นการแจ้งเตือนไปถึงตระกูลของตน
เซียนราชานั้นสามารถฉีกอากาศและเดินทางไปยังระยะทางแสนไกลได้ในเสี้ยวพริบตา ตราบใดที่หินหยกโดนบดขยี้ ประตูมิติ 2 ประตูก็ได้ก่อตัวขึ้นมาบนฟ้าใกล้ ๆ ทันที
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวไปยังประตูมิติ ก็ได้มีกลิ่นอายกดดันอันหนักหน่วงเหมือนกับสัตว์อสูรโบราณแผ่ออกมา กลิ่นอายนี้กดดันแ