นานอี้ที่เขาพบเมื่อเช้าเป็นนางจริงๆ อีกทั้งเมิ่งหนานอี้คงเพียงพูดตอบส่งๆไปเช่นนั้นเอง
“คุณชายกวนช่างความจำดีเลิศจริงๆ” เมิ่งซีโจวเอ่ยชมหนึ่งประโยค จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่ตอนนี้ ปีใหม่ข้าจำต้องมีบรรยากาศใหม่ คนรักก็ไม่ควรซ้ำหน้า ข้าไม่แต่งกับผู้ใดทั้งนั้น จะอยู่ครองโสดลำพังผู้เดียวดังเช่นคุณชายกวน ทำตัวเร่ร่อนเสเพลไปทั่วหล้า ไร้พันธะผูกมัด เสรีสำราญใจ นี่มิใช่เรื่องน่ายินดีหรอกรึ?”
วาจานี้ดุจอสนีบาตฟาดลงกลางพื้นราบ!
แม้แต่คนประหลาดอย่างกวนจื่ออี้ ผู้ถือเอาการฟังถ้อยคำเชือดเฉือนของเมิ่งซีโจวเป็นความสำราญ ยังถูกคำประกาศกร้าวสะเทือนฟ้าสะท้านดิน แหกครรลองธรรมเนียมจนผู้คนมิอาจรับได้ประโยคนั้น ทำเอาจนต้องตกตะลึงตาค้าง!
เขาอ้าปากหวอ ดวงตาดอกท้อเปี่ยมเสน่ห์เบิกกว้างกลมโต ราวกับเพิ่งเคยรู้จักคนตรงหน้าเป็นครั้งแรก ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังมิอาจดึงสติกลับมาได้
สิ่งที่เมิ่งซีโจวต้องการก็คือ ชั่วขณะที่เขาแข็งทื่อเป็นหินนี่เอง!
ฉวยจังหวะที่กวนจื่ออี้ราวกับถูกอสนีบาตฟาดใส่จนสติหลุดลอย นางรีบหมุนกายแล้วสาวเท้าเผ่นหนีไปในทันที เพียงไม่กี่วูบไสวก็พลันหายเข้าไปในกระแสผู้คนที่จอแจ ทิ้งให้กวนจื่ออี้ยืนงุนงงเดียวดายอยู่ท่ามกลางสายลม
หลังหลุดพ้นจากการพัวพันนี้มาได้ ในที่สุดเมิ่งซีโจว