จี้ยนเฉินเดินเข้าไปในห้อง
ปิดประตูหลังเขา เจี้ยนเฉินเดินไปหาโหยวเยว่และนั่งลงข้าง ๆ นาง ใบหน้าของนางมีความกังวลมาก เจี้ยนเฉินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็ตระหนักว่า เขาไม่รู้ที่จะกล่าวปลอบใจนางได้อย่างไร
เขาถอนใจ เจี้ยนเฉินเองก็ไม่ใช่คนที่เข้าใจในวิธีการพูดจาภาษาดอกไม้ และในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ไร้ซึ่งอำนาจ
มีประกายในดวงตาของนาง เมื่อโหยวเยว่หันไปมองเจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าเศร้า แต่เป็นเพราะการสะท้อนของแสงบนดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา มีเพียงหยดน้ำตาไหลลงอาบใบหน้าของนาง ก่อนที่มันจะหยดไปบนพื้น
เจี้ยนเฉินตกใจเมื่อเห็นหยดน้ำตาของนาง แต่ก่อนที่เขาจะพูด โหยวเยว่ได้แต่ทุบอกเขา เจี้ยนเฉิน บอกมา คำพูดของเจ้าก่อนหน้านี้ที่เจ้าบอกว่าไม่มีเวลาให้ผู้หญิงเป็นการโกหกหรือไม ? ที่เจ้าไม่อยากแต่งงานกับข้าก่อนหน้านี้ เพราะแท้ที่จริงแล้ว เจ้ามีนางในดวงใจที่เหนือกว่าข้า ?
นางอกหักและเสียงของนางแตกพร่าออกมาเป็นเสียงสะอื้น ความจริงแล้ว หัวใจของนางไม่มีความรู้สึกอะไรนอกจากความรักสำหรับเจี้ยนเฉิน และนั่นเป็นเหตุผลที่นางพบว่ามันปวดใจเมื่ออยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อหวงหลวนโผล่มาวันนี้ ความรู้สึกที่นางมีต่อเจี้ยนเฉินก็ชัดเจน มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมกับความจริงที่ว่านางเหนือกว่าโหยวเยว่ในทุกด้าน ทำให้องค์หญิงรู้สึกว่านางเป็นภัยคุกคามอย่างมากที่จะขโมยคนที่นางรักไป
ดึงมือโหยวเยว่ เจี้ยนเฉินวิตกกังวลกับความใกล้