ที่ได้ดูแลเขาในอดีต ดังนั้นหลังจากที่นางหายไป เจี้ยนเฉินเองก็กังวลใจเช่นกันไป๋หยุนเทียนดึงมือของโหยวเยว่ไปทางเจี้ยนเฉิน “เซียงเอ๋อ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าสามารถเดินทางไปในโลกภายนอกและคนน้อยมากที่จะโจมตีเจ้าได้ ทำไมเจ้าถึงไม่นำโหยวเยว่ไปกับเจ้า นางเติบโตในพระราชวังมาทั้งชีวิตของนาง นางรู้จักเพียงแค่สำนักคากัต โลกภายนอก นางย่อมไม่รู้จัก มันจะเป็นสิ่งที่ดีเพื่อจะบรรเทาความเบื่อหน่ายของโหยวเยว่”เจี้ยนเฉินจ้องมองไปที่โหยวเยว่ นางสวมกระโปรงสั้นอย่างสบาย ๆ มันทำให้นางดูเป็นสตรีหาญกล้า แต่ในขณะที่นางยืนอยู่ด้วยความอาย ไป๋หยุนเทียนยืนอยู่ด้านข้าง ที่ซึ่งทุกคนอาจเห็นว่า นางเตรียมตัวที่จะเดินทางไกลจากการแต่งตัวของนางคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจี้ยนเฉินรู้สึกว่า เขาจะไม่เจออะไรที่อันตรายเกินไป ขณะที่เขาอยู่ในอาณาจักรวายุคราม รวมกับการเตรียมตัวของโหยวเยว่ในการเดินทาง มันก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถปฏิเสธได้อย่างง่ายดาย ในที่สุด เขาก็ยอมรับการร้องขอด้วยรอยยิ้ม ดีมาก ถ้าโหยวเยว่ปรารถนาจะเดินทางเพื่อบรรเทาความเบื่อของนาง แล้วทำไมไม่ปล่อยให้นางเดินทางกับเราใบหน้าขององค์หญิงเผยรอยยิ้มที่มีความสุขกับคำเหล่านั้น นับตั้งแต่นางเติบใหญ่ องค์หญิงไม่ค่อยจะได้เห็นด้านนอกของพระราชวังเท่าใดนักหลังจากกล่าวอำลาทุกคนในตระกูล บุคคลทั้งเจ็ดเดินทางด้วยสัตว์อสูรของเขาและเริ่มที่จะจากไปจากเมืองลอร์หลังจากออกจากเมืองลอร์ เจี