บบเขินอายออกมา “เอ่อ รอดูเอาเองเถอะ แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”
“ฮ่าฮ่า เจี้ยนเฉิน ข้าได้ยินมาว่าท่านมีกลุ่มทหารรับจ้างเป็นของตัวเองแต่ไม่เคยได้ยินถึงกลุ่มนี้มาก่อน พวกเราควรมุ่งหน้าไปยังเมืองเวค เพื่อดูว่ากองทหารรับจ้างของเจ้านั้นเป็นอย่างไร” หมิงตงหัวเราะเบา ๆ
“แล้วพวกเราจะไปกันตอนไหน ? ” ตู่กูเฟิงพูดขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับคนอื่นเขาเป็นคนที่เงียบที่สุด แม้ว่าตอนที่เขาพูด ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสงอารมณ์ใด ๆ ออกมา
เมื่อได้ยินแบบนั้นเจี้ยนเฉินก็พึมพำ “ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปที่เมืองเวค ข้าอยากไปที่ที่หนึ่งก่อน พวกเจ้าควรอยู่ที่ตระกูลเจียงหยางสักพัก รอให้ข้ากลับมาแล้วพวกเราค่อยมุ่งหน้าไปที่นั่น”
เมื่อทุกคนกำลังจะออกไป เจี้ยนเฉินก็ได้ดึงหมิงตงเอาไว้ “หมิงตง เจ้าไปกับข้า ข้าอยากแนะนำสหายให้เจ้ารู้จัก”
“ก็ได้ ที่ไหนกัน ! ” หมิงตงถามชัดถ้อยชัดคำ
สำนักคากัต !
เจี้ยนเฉินและหมิงตง ทั้งคู่ได้ออกจากตระกูลเจียงหยางโดยที่เจี้ยนเฉินได้นำหมิงตงไปยังสำนักคากัต
พวกเขาเดินทางไปยังทิศใต้ที่มีป่าซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์อสูรอยู่ในนั้น ป่านี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อป่าหมอก เนื่องจากมีหมอกปกคลุมป่านี่ตลอดทั้งปี ยิ่งเข้าป่านี่ลึกเท่าไหร่หมอกก็จะยิ่งหนาขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมันทำให้บุคคลที่เข้าไปนั้นหลงทางได้ง่าย ๆ
อ้างอิงจากบันทึกที่มีไว้ก่อนหน้านี้ ป่าหมอกนั้นเป็นป่าธรรมดาที่มีสัตว์อสูรอยู่ในนั้น แต่หลายพันปีต่อมาก็ได้มีหมอกปร