ด้หายไปอย่างสิ้นเชิง
สายตาของเจี้ยนเฉินได้กวาดไปทั่วทั้งห้องก่อนที่จะสังเกตเห็นร่างของหวงหลวน ที่เขาเห็นนั้นคือหวงหลวนที่สวมชุดสีดำคล้ายกับที่นางใส่เมื่อสองวันก่อน นางยังคงนั่งอยู่ข้างหน้าต่างจ้องมองไปยังความมืดมิดที่อยู่รอบ ๆ ตัวนาง แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะเข้ามาแต่นางก็ไม่ได้รู้สึกตัวแต่อย่างใด
เมื่อเห็นว่าหวงหลวนนั้นยังไม่รู้ว่าเขาเข้ามา เจี้ยนเฉินถอนหายใจกับตัวเอง เขาได้จินตนาการไว้ถึงตอนที่เขาได้บอกข่าวนี้กับนาง แต่เมื่อนางเป็นแบบนี้ความคิดที่เขาคิดไว้ก็ได้มลายหายไป
“หวงหลวน ! ” เจี้ยนเฉินร้องออกมา
ทันทีที่เรียก หวงหลวนก็ได้สะดุ้งและได้วิ่งเข้าไปหาเจี้ยนเฉิน นางรู้ดีว่าไม่ว่านางจะได้ออกจากศาลานี้ด้วยความสุขหรือไม่ แต่มีสิ่งเดียวที่ปลอบประโลมนางได้นั่นคือคำพูดของเจี้ยนเฉิน
เมื่อเห็นความกังวลบนใบหน้าของนาง เจี้ยนเฉินได้แต่ยิ้มเล็ก ๆ ออกมา “หวงหลวน ข้ายินดีที่จะบอกว่าปัญหาของเจ้านั้นได้แก้ไขแล้ว ผู้อาวุโสของเจ้าได้ยกเลิกการหมั้นของเจ้าและตระกูลหวงกู่แล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลถึงปัญหานั่นอีกต่อไป”
ใบหน้าของหวงหลวนแข็งค้างไปชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นใบหน้าที่แสดงความดีใจ ร่างกายของนางเริ่มสั่นอย่างรุนแรงและนางก็ได้พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “จะ-จริงหรือ ? เจ้า…เจ้าไม่ได้หรอกข้าใช่หรือไม่ ? บรรพชนได้ยกเลิกการหมั้นจริง ๆ หรือ ? ” ในเวลานั้นหัวใจของนางตกอยู่ในความกังวล การหมั้นของนางกับนายน